แก้ 3 ปัญหา! “นายกฯ” แจงภาพรวมลงพื้นที่ “มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด“ ชี้ ต้องแก้เรื่องน้ำ-ยาเสพติด-หนี้นอกระบบ โชว์ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ หนุนพัฒนาสายพันธุ์ เพิ่มผลผลิตต่อไร่ทำราคาเพิ่มสูงขึ้น

เมื่อเวลา 13. 10 น.วันที่ 6 พ.ค. ที่โรงพยาบาลโพนทอง ต.สระนกแก้ว อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่จ.มหาสารคาม และจ.ร้อยเอ็ด ระหว่างวันที่ 5-6 พ.ค.นี้ ว่า 2 วันที่ลงพื้นได้ดูปัญหาในทุกมิติ ทั้งเรื่องปัญหาภัยแล้ง ปัญหาน้ำท่วม หนองน้ำและอ่างเก็บน้ำ พยายามแก้ปัญหาในพื้นที่ รวมถึงปัญหาถนนที่ต้องขยาย ให้การจราจรและการคมนาคมเป็นไปได้ด้วยดี ที่สำคัญที่เรามาในวันนี้คือปัญหาเรื่องยาเสพติด ที่เป็นปัญหาในพื้นที่ภาคอีสานที่มีเยอะมากตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง แต่มาหลายครั้งปัญหาก็ยังเป็นแบบเดิมตลอด เมื่อลงพื้นที่มีเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.)และรมว.สาธารณสุข มาด้วยและจะดูว่าจากนี้ต่อไปอีก 90 วัน ต้องมีอะไรที่เป็นรูปธรรม ทั้งการยึดทรัพย์ กำหนดจำนวนครอบครองยาบ้าต้องมีกี่เม็ดจึงเข้าข่ายเป็นผู้ขาย รวมถึงการบังคับใช้กฎหมาย ที่ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ส่วนหนี้นอกระบบ ได้กำชับกับฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง ว่าจะต้องมีการจัดการให้หมดสิ้นไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าการลงพื้นที่จ.ร้อยเอ็ด จะพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้และส่งเสริมข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา ให้ติดอันดับโลกมากขึ้นหรือไม่ นายกฯ กล่าว พร้อมกับยกถุงข้าวโชว์ ว่า ชาวบ้านนำข้าวมาให้ เป็นข้าวหอมมะลิ ที่จะส่งเสริมเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น โดยต้องพัฒนาสายพันธุ์และปริมาณการเพาะปลูกต่อไร่ให้มีปริมาณที่สมดุลรวมถึงการบริหารจัดการเรื่องน้ำ เชื่อว่าจะดีขึ้น

เมื่อถามถึงความต้องการข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ในต่างประเทศ เป็นอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า สูงมาก ข้าวหอมมะลิเราทราบกันดีว่าผลผลิตต่อไร่ ต่ำกว่าข้าวพันธุ์ข้าวธรรมดา จึงต้องยกระดับให้สูงขึ้น ในแง่ของต้นทุนการผลิต ถ้าเราสามารถทำให้ผลผลิตต่อไร่ออกมาเป็น 650 กิโลกรัมต่อไร่ ราคาข้าวก็จะสูงขึ้น เรื่องการบริหารจัดการน้ำก็เป็นเรื่องสำคัญ ทั้งหมดต้องใช้เวลา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน