เศรษฐา ไม่ทราบ ‘ทักษิณ’ ช่วยเจรจาชนกลุ่มน้อยในเมียนมา เชื่อทุกคนหวังดี ย้ำจุดยืนไทย ต้องการสันติภาพ ยึดแนวทางอาเซียน มาริษ ชี้เป็นเรื่องภายในเมียนมา ไม่เกี่ยวรัฐบาลไทย
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 7 พ.ค.2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงสถานการณ์ภายในเมียนมา กรณีมีกระแสข่าวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เข้าไปช่วยเจรจากับตัวแทนชนกลุ่มน้อยว่า ส่วนตัวไม่ทราบว่ามีการเข้าไปช่วยเจรจาหรือไม่ ในส่วนของไทย กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานด้านความมั่นคง เรามีการพูดคุยกับทุกกลุ่มอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องของชั้นความลับ ไม่ต้องการเปิดเผย
เรายืนยันในหลักการเดิมว่า ต้องการให้เกิดความสงบสุขและสันติภาพในเมียนมา และประเทศไทยมีความชอบธรรมในการเป็นผู้นำการเจรจา เพราะเรามีเขตชายแดนที่ติดกับเมียนมาจำนวนมาก แต่ยืนยันว่าไทยจะปฏิบัติตามมติของอาเซียนที่กำหนดกรอบขึ้นมา รวมทั้งการช่วยเหลือเรื่องสิทธิมนุษยชน ไทยถือเป็นเรื่องสำคัญที่ดูแลอยู่
เมื่อถามว่ารัฐบาลอึดอัดใจหรือไม่ ที่นายทักษิณ เดินหน้าเจรจาคู่ขนานกับรัฐบาลไทย นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่ามีการไปพูดคุยกันหรือเปล่า แต่เชื่อว่าทุกท่านมีความหวังดีกับประเทศ
ด้านนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงสื่อโซเชียลระบุนายทักษิณ ไปพูดคุยกับตัวแทนชนกลุ่มน้อยหลังเกิดปัญหาในเมียนมาว่า ตนก็ทราบข่าวมาเช่นกัน ต้องยอมรับว่านายทักษิณ เป็นคนกว้างขวางและมีเพื่อนฝูงมาก ซึ่งทางเมียนมาก็คงเห็นว่านายทักษิณ จะช่วยได้ คงเป็นเรื่องที่ทางเมียนมาคุยกับนายทักษิณ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลไทย อย่างที่บอก ตนเพิ่งทราบเรื่องดังกล่าว
เมื่อถามว่าจุดยืนของรัฐบาลไทยคือ ต้องการให้เกิดความสงบเรียบร้อยในเมียนมาหรือไม่ นายมาริษ กล่าวว่า ถูกต้อง ที่ผ่านมาไทยพยายามเป็นตัวกลางเจรจา อีกทั้งไทยก็ดำเนินการตามกรอบของอาเซียนด้วย ซึ่งต้องเป็นไปตามหลักการที่ควรจะเป็น บางอย่างดำเนินการอยู่
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ไทยต้องการเห็นความสมานฉันท์ปรองดองเกิดขึ้นในเมียนมา เพราะถ้าปล่อยให้เป็นไปอยู่อย่างนี้ ประเทศไทยก็ลำบาก เรามีพรมแดนเชื่อมติดต่อกันกับเมียนมายาวมาก อะไรที่เกิดขึ้นก็จะกระทบกับไทย ฉะนั้น ใครที่ช่วยอะไรได้ก็ควรจะช่วย และไม่จำเป็นต้องทำอย่างเป็นทางการ อีกทั้งทางการเมียนมา รัฐบาล ชนกลุ่มน้อย ขอให้นายทักษิณมาช่วย ก็เป็นเรื่องของเขา
ผู้สื่อข่าวถามว่าแนวทางที่นายทักษิณไปช่วย ตรงกับแนวทางกระทรวงการต่างประเทศหรือไม่ นายมาริษ กล่าวว่า เพิ่งได้ยินจากข่าว จึงไม่ทราบว่ารายละเอียด และการดำเนินการตรงนี้ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับรัฐบาล เป็นเรื่องที่ทางการเมียนมาไปว่ากันเอง ถือเป็นสิทธิของเขาที่จะไปปรึกษาหารือกับใคร ย้ำว่าไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ในส่วนของรัฐบาลก็ดำเนินการในส่วนของเรา ร่วมกับอาเซียน ขณะเดียวกัน การช่วยเหลือสิทธิมนุษยธรรม ไทยก็ดำเนินการต่อไปภายใต้กรอบของอาเซียน
เมื่อถามถึงคณะกรรมการฉุกเฉินด้านชายแดนไทยเมียนมา นายกฯได้มอบให้นายมาริษ เป็นหัวหน้าชุด หรือมอบหมายให้รองนายกฯ นายมาริษ กล่าวว่า วันนี้นายกฯได้มอบนโยบายลงมาเรียบร้อย แต่ตนขอไปพูดคุยกับฝ่ายปฏิบัติก่อนว่าจะทำอย่างไรให้นโยบายเป็นเนื้อเดียวกัน รวมทั้งกับหน่วยงานด้านความมั่นคงด้วยว่าจะแบ่งงานอย่างไร ใครควรมีหน้าที่และเล่นบทบาทอย่างไร
เมื่อถามว่าปัจจุบันรัฐบาลไทยไม่มีนโยบายรัฐกันชนแล้วใช่หรือไม่ นายมาริษ กล่าวว่า เดี๋ยวขอกลับไปคุยในรายละเอียดก่อน