พิมพ์ภัทรา ห่วงหน้าฝนทำสารพิษปนเปื้อนลงน้ำ ซัดผู้ประกอบการโรงงานไฟไหม้ ไม่ใช่แค่วางเพลิงทั่วไป แต่เป็นภัยความมั่นคง เผยทำงานเชิงรุกตรวจโรงงานสุ่มเสี่ยง

เมื่อเวลา 12.05 น. วันที่ 7 พ.ค.2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการขนย้ายกากแคดเมียมว่า ตนเป็นห่วงเรื่องฝน ขณะนี้พยายามขนกากแคดเมียมที่อยู่นอกอาคารเข้าไปเก็บในอาคาร และพยายามให้เป็นไปตามแผนที่ปรับเพื่อคลายความกังวลของประชาชน เช่น เรื่องรถขนส่ง เปลี่ยนมาใช้ตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมด

เมื่อวานนี้(6 พ.ค.) ออกจากจ.สมุทรสาครไปแล้ว 8 คัน ถึงที่หมายจ.ตาก เรียบร้อยแล้ว และตอนนี้กำลังเคลื่อนถุงลงจากรถ

ส่วนจำนวนรถเพียงพอต่อการขนย้ายหรือไม่ น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าวว่า เราพยายามทำตามกำหนดการ ถ้ามีรถเพิ่มขึ้นก็จะดีที่สุด

เมื่อถามถึงเหตุไฟไหม้โรงงานอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าวว่า ส่วนหนึ่งมาจากอากาศ ตอนนี้มีการเฝ้าระวัง ล่าสุด คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่มี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน ได้สั่งการให้แต่ละจังหวัด และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ออกสำรวจพื้นที่โรงงานที่มีความเสี่ยง ภายใน 20 วัน และนำรายชื่อเข้าคณะกรรมการ

ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้แบ่งคณะไปตรวจเหมือนกัน แต่เรื่องนี้คงต้องระมัดระวัง ไม่ว่าจะเป็นคนในพื้นที่หรือหน่วยงานต้องช่วยกัน

ส่วนที่กรรมาธิการ(กมธ.)การอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร วิเคราะห์ว่าเป็นการวางเพลิง เพื่อเลี่ยงกฎหมายใหม่ที่จะมาบังคับใช้ น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าวว่า คิดได้หลายมุม อันดับแรกกฎหมายบังคับแล้วว่า จะต้องเคลียร์กากตะกอนสารเคมีออกจากโรงงาน ถ้าคิดในมุมไม่ดี ไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่ การเผาไม่ต้องเสียค่ากำจัด ซึ่งผู้ประกอบการต้องยอมรับด้วยว่าการกระทำแบบนี้มีผลกระทบต่อประชาชนโดยรอบจำนวนมาก

เรื่องนี้ คงเป็นเรื่องการวางเพลิงไม่ได้ จะต้องยกระดับความรุนแรง ปฏิบัติการแบบนี้หมายถึงความมั่นคงแล้ว ตนจึงขอความช่วยเหลือจากฝ่ายความมั่นคง ไม่ว่าตำรวจหรือดีเอสไอ เข้าไปดูแลเรื่องนี้ด้วย

น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าวอีกว่า โรงงานที่ถูกศาลสั่งให้คืนพื้นที่และต้องจัดการกับกากสารเคมี ทราบว่ามีกี่เจ้า เพียงแต่เวลาทำไม่ดี ทำได้ง่ายกว่า คนที่ไม่รับผิดชอบ ทำง่ายกว่าคนที่รับผิดชอบ ขณะนี้มีโรงงานในลักษณะดังกล่าว 6-10 โรงงาน

ส่วนจะเอาผิดโรงงานเหล่านี้ได้หรือไม่ น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าวว่า วันนี้ที่ทำควบคู่กัน คือกรมโรงงานอุตสาหกรรมเสนอแก้กฎหมายเพิ่มโทษ เรื่องนี้เป็นภัยความมั่นคง ที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบ เราไม่ได้มองแค่ไฟไหม้ แต่ยังมองถึงสภาพอากาศที่ชาวบ้านต้องเจอ

ส่วนที่เริ่มเข้าฤดูฝนขณะนี้มีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมามอนิเตอร์เรื่องสารเคมีลงสู่แหล่งน้ำ ตนเข้าใจว่าประชาชนในพื้นที่เจอปัญหามากที่สุด พร้อมระบุว่า ยืนยันได้ลำบากว่าน้ำจะปนเปื้อนสารเคมีจากโรงงานลงสู่แหล่งน้ำหรือไม่ อย่างที่ระยองและพระนครศรีอยุธยา ขณะนี้ได้ขอให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือปภ. สร้างพนังกั้นน้ำ แต่ต้องดูว่าจะทำได้หรือไม่ ซึ่งยอมรับว่ากังวล

น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าวว่า ช่วงนี้ กมธ.การอุตสาหกรรม เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงไปชี้แจงทุกสัปดาห์ ซึ่งสัปดาห์นี้หาไม่ติดธุระ ตนก็จะไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน