อนุทิน ขอดู สธ.ชงเรื่องแก้ไขกัญชา เป็นยาเสพติด หลังเคยประกาศเป็นนโยบายรัฐบาล มั่นใจไม่กระทบเสียงภท.เพราะทำตามสัญญาแล้ว แต่ถูกหักหลัง ทำกฎหมายไม่ผ่าน

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 9 พ.ค.2567 ที่จ.ภูเก็ต นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงนายกรัฐมนตรี และกระทรวงสาธารณสุข เตรียมนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดว่า กระทรวงสาธารณสุขต้องไปหาข้อมูลมา เพราะที่ผ่านมาการประกาศให้กัญชาเป็นยาเสพติด หรือพ้นจากการยาเสพติด เป็นการประกาศโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบยาเสพติดแห่งชาติ (ป.ป.ส.) ชุดใหญ่ แต่ก่อนจะมาถึงตรงนั้นก็มีคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานอยู่

ตอนที่ปลดกัญชาก็มีความชัดเจนว่าเหตุใดถึงปลดได้ แต่ปัญหาของมันตอนนี้คือกฎหมายไม่มี เราเคยเสนอกฎหมายเข้าไป ผ่านวาระแรกแล้ว แต่หลังจากนั้นก็ไม่ผ่านวาระสอง ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องการเมือง ไม่ใช่เรื่องเหตุผล ดังนั้น เราต้องยืนยันเจตนารมณ์ต่อไปว่า มันพิสูจน์ได้โดยวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ใช้อารมณ์ความรู้สึก และนโยบายต่างๆ ต้องมีข้อมูลมาสนับสนุน

ตรงนี้ไม่กังวลและที่ผ่านมาก็อยู่ในนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข และป.ป.ส. วันนี้ตนย้ายมากระทรวงมหาดไทยแล้ว แต่ก็เป็นคณะกรรมการด้วย เราต้องให้ข้อมูลในส่วนของเรา ส่วนมติจะออกมาอย่างไร ก็เป็นไปตามกฎหมาย

เมื่อถามว่าต้องมีการเยียวยาหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนที่เราประกาศให้กัญชาออกจากยาเสพติด นักโทษ 6-7 พันคนได้รับการปล่อยตัวทันที บางทีเขารักษาตัว บางทีพวกเขาเป็นแพทย์ประจำบ้าน แพทย์แผนโบราณ ถูกตัดสินจำคุก เขาก็ได้รับการปล่อยตัว

“ส่วนตัวไม่ได้บอกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ถ้าวันนี้มีข้อมูลใหม่มา กัญชาอันตรายเป็นยาเสพติดแน่นอน ถ้ามีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผมต้องรับฟังและพิจารณา แต่ปัจจุบันเราต้องรอข้อมูลเหล่านั้นมาก่อน วันนี้ที่ยังปลูก 6 ต้นได้ หรือพวกที่เอามาทำเป็นสินค้า แค่จดแจ้งหรือทำรายงานว่าเขาจะเอาไปขาย วันนี้เราจะทำอย่างไรถ้าเอากัญชากลับไปเป็นยาเสพติด จะต้องมีบทเฉพาะกาลคุ้มครองคนเหล่านี้หรือไม่ ต้องดูทุกอย่าง” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่าเป็นเหมือนโครงการเรือธงของพรรคภูมิใจไทย จะกระทบอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะที่ประชาชนให้ความไว้วางใจ ให้เราเข้าไปกำกับกระทรวงสาธารณสุข เราก็เดินหน้าตามนโยบายที่ให้สัญญาไว้ทุกอย่าง ปลดกัญชาจากยาเสพติดเรียบร้อย แต่พอมาถึงรัฐบาลนี้ พรรคภูมิใจไทยเสียงไม่พอที่จะเข้าไปกำกับดูแลกระทรวงสาธารณสุข เราต้องให้รัฐมนตรีที่ดูแลกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้กำหนดนโยบาย

แต่เราต้องให้ข้อมูลว่าเหตุใดกัญชาจึงมีประโยชน์มากกว่าโทษ เราให้ข้อมูลเข้าไปเต็มที่ก็โหวตกันในที่ประชุม ผลออกมาเป็นอย่างไรต้องยอมรับ เราจะยืนยันไปโดยที่ไม่รู้ว่าเขามีข้อมูลอย่างไรคงไม่ได้ ตอนนี้เราไม่ได้บอกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่เราจะยืนยันในข้อมูลที่เรามี หากใครมีข้อมูลที่ดีกว่าก็มาหักล้าง

“ทั้งหมดขึ้นอยู่กับข้อมูลตอนที่ทำให้ปรับจากยาเสพติด เรามีข้อมูลอย่างไรบ้าง ตรงนี้เป็นข้อมูลของผม เป็นเหตุผลที่เราเห็นว่าทำแล้วมีประโยชน์ทางการแพทย์ ขึ้นบัญชียาหลักของชาติ แต่ถ้าบอกเป็นยาเสพติด ก็ต้องมานั่งถามกันว่าจะเอาขึ้นเป็นบัญชียาได้หรือไม่ ตอนนี้ไม่มีอะไรดีไปกว่าข้อมูล” นายอนุทิน ระบุ

เมื่อถามว่าจะกระทบฐานเสียงพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ เพราะเขาอาจจะเลือกพรรคเพราะนโยบายนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้เสียงเราไม่พอเข้าไปกำกับดูแลกระทรวงสาธารณสุขได้ แต่ตอนที่เรากำกับดูแลกระทรวงสาธารณสุขเราก็ทำทุกอย่าง เช่นเดียวกับกฎหมายที่เราส่งเข้าสภาฯ แต่เราก็ถูกหักหลัง คนที่รับโทษก็คือประชาชน ไม่ใช่พรรคภูมิใจไทย ตอนนี้ไม่ได้ดูกระทรวงสาธารณสุขแล้ว เราต้องให้เกียรติ รมว.สาธารณสุขคนปัจจุบันที่จะต้องไปดำเนินการ

นายอนุทิน กล่าวถึงร้านกัญชาที่ชาวต่างชาติเข้ามาเป็นเจ้าของจำนวนมาก ว่า ต้องถูกจับ คนที่จะเปิดร้านกัญชาได้ ต้องอยู่ภายใต้ประกาศของสาธารณสุข กฎระเบียบ มีหมดอยู่แล้วถ้าเราทำตามกฎระเบียบจะไม่มีปัญหา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน