ประเสริฐ นำทีม แถลงมาตรการปราบอาชญากรรมไซเบอร์ จับกุมได้ 6,624 ราย เว็บพนันออนไลน์ 3,667 ราย บัญชีม้าและซิมม้า 366 ราย เร่งคืนเงินผู้เสียหาย

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 9 พ.ค.2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี

โดยมีนายวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอีเอส นายธสรณ์อัทฆ์ ธนิทธิพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ร่วมแถลง

นายประเสริฐ กล่าวว่า จากข้อสั่งการของนายกฯ ให้เร่งปราบปรามอาชญากรรมด้านเทคโนโลยีในรูปแบบต่างๆ ให้ผลดำเนินการในระยะแรกใน 30 วัน ทางกระทรวงได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มี 10 เรื่องสำคัญ ดังนี้

1.การปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ โดยจับกุมได้ทั้งหมด 6,624 ราย เว็บพนันออนไลน์ มีการจับกุม 3,667 ราย บัญชีม้าและซิมม้า 366 ราย

2.การปิดโซเชียลมีเดีย เว็บผิดกฎหมาย และเว็บพนัน 16,658 รายการ และเว็บพนัน 6,515 รายการ

3.การระงับบัญชีม้ากว่า 700,000 บัญชี และกำหนดเงื่อนไขการเปิดบัญชีใหม่เพื่อป้องกันการนำเอาบัญชีไปกระทำความผิดเพิ่มเติม

4.การกวาดล้างซิมม้า 800,000 หมายเลข และระงับการโทรออกของหมายเลขโทรศัพท์ที่มีโทรออกมากกว่า 100/วัน 36,641 เลขหมาย ส่วนผู้ที่ถือครองซิมมากกว่า 100 ซิมได้ให้ยืนยันตัวตนแล้ว 2.58 ล้านเลขหมาย ยังไม่มายืนยันตัวตนอีก 2.5 ล้านเลขหมาย และเพิ่มความเข้มงวดในการเปิดซิมโทรศัพท์ใหม่

5.การดำเนินการเสาโทรคมนาคม สายสัญญาณอินเทอร์เน็ต และสายโทรศัพท์ผิดกฎหมายตามชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ได้ร่วมมือกับ กสทช. ดีเอสไอ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กวาดล้างและตรวจสอบตามแนวชายแดน

6.ร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย เฝ้าระวังชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายผิดกฎหมาย โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย ชักชวนหลอกลวงคนไทยไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน เน้นจังหวัดที่มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน

7.ประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยประสานงานกับกระทรวงต่างประเทศเจรจาแก้ปัญหากับประเทศเพื่อนบ้านและจับกุม ทั้งปัญหาคอลเซ็นเตอร์และเว็บพนันออนไลน์ โดยได้หารือครบทั้งกลุ่มประเทศอาเซียนแล้ว

8.กำกับดูแลการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลผิดกฎหมาย ให้สำนักงาน กลต. ส่งข้อมูลผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาตให้กระทรวงดีอี และปิดกั้นช่องทางการเข้าถึง เพื่อป้องกันมิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางนำสินทรัพย์ไปฟอกเงิน

9.บูรณาการข้อมูล โดยใช้ศูนย์ AOC 1441 เป็นแพลตฟอร์มกลาง ในการรับและแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

10.ประสานงานกับ สคบ. จัดทำประกาศ ให้ธุรกิจขนส่งสินค้าที่ขายผ่านช่องทางออนไลน์โดยเรียกเก็บเงินปลายทาง เป็นธุรกิจที่เป็นรายการควบคุม ในกรณีสินค้าไม่ตรงปกให้มีการชะลอการโอนเงินให้ผู้ขาย โดยคาดว่าเดือนพ.ค.นี้ จะประกาศมาตรการใช้ได้

ส่วนมาตรการในระยะต่อไป 7 มาตรการ ดังนี้ 1.ดำเนินการต่อในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทั้งในและนอกประเทศ 2.ปราบปรามป้องกันบัญชีม้า ซิมม้า 3.แก้ไขปัญหาหลอกลวงซื้อสินค้าออนไลน์ 4.เยียวยาผู้เสียหาย โดยประสานงานที่เกี่ยวข้อง

5.เพิ่มความรับผิดชอบผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์โซเชียลมีเดีย ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และผู้ให้บริการทางด้านการเงิน กรณีแพลตฟอร์มเหล่านั้นถูกมิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางหลอกลวงประชาชน หากพบว่าไม่มีความพยายามป้องกันให้เพียงพอ จะต้องร่วมรับผิดชอบค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น

6.รณรงค์การประชาสัมพันธ์และสร้างภูมิคุ้มกันอาชญากรรมออนไลน์แบบเจาะจง 7.เร่งรัดปรับปรุงแก้ไขกฎหมายในประเด็นที่สำคัญ เช่น การเร่งคืนเงินผู้เสียหาย และเพิ่มโทษการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำข้อมูลรั่วไหล เรื่องการป้องกันการโอนเงินแบบผิดกฎหมายโดยการใช้สินทรัพย์ดิจิทัล

นายประเสริฐ กล่าวว่า ส่วนการดำเนินคดี สิ่งที่เรากังวลคือ ในเดือนเม.ย.มีเฉลี่ย 992 คดีต่อวัน สูงขึ้นกว่าเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยังกังวลอยู่ เราต้องการให้ตัวเลขนี้ลดลง มูลค่าความเสียหาย 110 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งลดลงจากเดือนมี.ค. แต่ยังไม่เป็นที่พอใจ เพราะเราต้องทำให้ดีกว่านี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน