สร้างกระแสฮือฮาไม่น้อยเมื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ขีดเส้นการปราบปรามยาเสพติดต้องเห็นผลใน 90 วัน

พร้อมสั่งให้แก้กฎหมาย ลดจำนวนการครอบครองยาบ้าเพียงแค่ 1 เม็ด ก็ถือว่ามีความผิด และให้นำกัญชากลับมาเป็นยาเสพติดประเภท 5

รวมถึงติดตามยึดทรัพย์พ่อค้ายา ทั้งรายเล็ก รายใหญ่ ไม่ให้ล่าช้า

นักวิชาการและภาคประชาชนขานรับมาตรการเอาจริงเอาจังของรัฐบาล พร้อมข้อเสนอแนะ

รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล
รองอธิการบดี ปธ.กก.คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม ม.รังสิต

ต้องกลับมาทบทวนว่าทำไมยาเสพติดถึงเป็นวาระแห่งชาติมาแทบทุกรัฐบาล ความสำเร็จหรือความผิดพลาดที่ผ่านมาเกิดจากอะไร ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญเพราะจะทำให้นโยบายที่นายกฯ ประกาศออกมาขับเคลื่อนได้อย่างถูกทิศทางมากขึ้น

รวมถึงกระบวนการที่ใช้ดำเนินการยังใช้ระบบสั่งการจากบนลงล่าง ปัญหาที่เกิดขึ้นคือปัญหาระดับชุมชน ผู้กำหนดนโยบายทั้งหน่วยงานภาครัฐหรือระดับรัฐบาลต้องไปศึกษาปัญหาระดับพื้นที่ ควรฟังเสียงสะท้อนจากชุมชนและมีโครงการนำร่องในพื้นที่แต่ละจังหวัด แต่ละอำเภอ

เราใช้นโยบายรูปแบบเดียวทั้งประเทศ แต่การแก้ปัญหายาเสพติดต้องเป็นนโยบายเฉพาะชุมชนเท่านั้น เพราะแต่ละชุมชนมีสภาพปัญหา แนวทางการแก้ไขที่แตกต่างกัน

และได้รับการสะท้อนมาตลอดในระดับชุมชน เช่น บ้านข้างๆ เสพยาไปแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านแต่ไม่เห็นทำอะไร คำถามคือเขาต้องไปแจ้งใคร ที่ผ่านมาปัญหาคือขาดเจ้าภาพในระดับพื้นที่ และหลายชุมชนยังไม่มีความพร้อมด้านสถานที่บำบัด เมื่อจับกุมผู้เสพแล้วไม่รู้จะส่งไปที่ไหน สุดท้ายต้องปล่อยกลับสู่ชุมชน

กรณีผู้ครอบครองยา 5 เม็ดถือเป็นผู้เสพ หรือที่บอกเม็ดเดียวถือเป็นผู้ค้าได้ โดยต้องดูพฤติการณ์ประกอบนั้น ผู้พิสูจน์คือตำรวจในพื้นที่ พนักงานสอบสวนมีไม่เพียงพอและไม่มีใครอยากทำหน้าที่นี้ เมื่อจับกุมผู้ต้องหาได้ส่วนมากจึงไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาจำหน่าย กลายเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ให้ตลาดค้ายาเสพติด

ส่วนที่นายกฯ ขีดเส้น 90 วัน การปราบยาเสพติดต้องเห็นผล รวมถึงกำชับยึดทรัพย์ทั้งรายเล็กรายใหญ่เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงพ่อค้ายาก็ขอให้กำลังใจนายกฯ ท่านมีเจตนาดีอยากทำให้เร็ว ให้สำเร็จภายใน 3 เดือน

แต่ปัญหายาเสพติดอยู่คู่กับมนุษย์มาเป็นพันปี ไม่เฉพาะประเทศไทยแต่เป็นทั่วโลก ถ้าใช้ระบบโครงสร้างราชการรวมศูนย์ ใช้รูปแบบการจัดการปัญหาเหมือนเดิม ไม่มีการทบทวนนโยบายที่ผ่านมาก็ยากที่จะเสร็จใน 3 เดือน

หลายประเทศจัดการเครือข่ายยาเสพติดโดยเน้นใช้กฎหมายฟอกเงินยึดอายัดทรัพย์ผู้ค้า เน้นดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ทุกระดับที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด เน้นหาเบาะแสจากภาคประชาชน แต่บ่อยครั้งที่มีคำถามว่าจะแจ้งใคร ตำรวจพื้นที่ ส่วนกลาง เพราะก็เห็นมีการค้า การเสพเหมือนเดิม

กรณีนายกฯ ให้ทบทวนการนำกัญชากลับมาเป็นยาเสพติดประเภท 5 นั้น เป็นแนวคิดที่ดี อังกฤษที่เป็นประเทศพัฒนาแล้วยังให้กัญชาผิดกฎหมาย ทั้งที่ทุ่มเททำงานวิจัยมากมาย หรือแม้กระทั่งในสหรัฐอเมริกา ก็มีแค่บางมลรัฐที่กัญชาถูกกฎหมาย สะท้อนว่ากัญชาต้องมีอะไรที่กระทบต่อคนในประเทศมากกว่าจะทำให้เสรี

ในประเทศไทยเมื่อนโยบายที่ผ่านมาไม่ชัดเจน กลายเป็นว่ามีการใช้กัญชาในเชิงสันทนาการมากกว่าทางการแพทย์ นโยบายแจกต้นกัญชาก็ไม่มีการควบคุมจะเอาไปทำอะไร ทำให้เด็กและเยาวชนมองว่ากัญชาถูกกฎหมาย นำไปสู่การทดลองเสพ

เห็นด้วยที่รัฐบาลปัจจุบันจะทบทวนทำให้กัญชากลับมาอยู่ในบัญชียาเสพติด และต้องระบุให้ชัดเจนว่าต้องนำมาใช้ทางการแพทย์เท่านั้น

สมชาย หอมลออ
ที่ปรึกษาเครือข่ายภาคประชาสังคมผู้ถูกเลือกปฏิบัติ

เห็นด้วยกับรัฐบาลที่ต้องแก้ปัญหายาเสพติดแบบเอาจริงเอาจัง ต้นตอของยาเสพติดคือผู้ผลิตจึงต้องดำเนินการอย่างเข้มข้น โดยร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านแก้ปัญหานี้

แต่อยากให้ดำเนินการอย่างถูกต้อง เช่น เน้นจับกุมดำเนินคดีกับผู้จำหน่ายรายใหญ่ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า มิเช่นนั้นการสั่งการที่ไม่ชัดเจนคนที่จะได้รับผลกระทบคือผู้ใช้ยา

วิธีการที่รัฐใช้ต้องถูกกฎหมาย ถูกต้องตามหลักสิทธิมนุษยชน การฆ่าตัดตอน วิสามัญฆาตกรรมเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง ตอนนี้มีกฎหมายป้องกันและ ปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย หวังว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ละเมิดกฎหมายนี้

การจับกุมดำเนินคดีต้องติดกล้องบันทึกตลอดเวลา ไม่มีการทรมาน ไม่มีการอุ้มหาย ที่สำคัญประเทศไทยมีบทเรียนแล้ว

ส่วนกระบวนการบำบัดฟื้นฟูผู้ใช้ยา กฎหมายเปิดพื้นที่ให้มาตรการทางการแพทย์มาดูแลผู้ติดยา รัฐบาลต้องสนใจและนำไปปฏิบัติให้สอดคล้องกับหลักการที่กำหนดไว้ในกฎหมายเรื่องการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยา

ส่วนที่นายกฯ สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขแก้กฎกระทรวง กำหนดปริมาณที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ใน ครอบครองเพื่อเสพโดยปรับลดให้เหลือ 1 เม็ดนั้น ส่วนตัวคิดว่าการกำหนดยาบ้า 1 เม็ด ยิ่งจะเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้เป็นช่องทางดำเนินการนอกลู่นอกทางและทุจริตมากยิ่งขึ้น

เดิมเคยกำหนดการครอบครองยาบ้าไว้ 10 เม็ด ลดมาเหลือ 5 เม็ด และ 1 เม็ด อาจเป็นปัญหามากยิ่งขึ้น คนเสพยาจะนำไปสู่กระบวนการถูกบังคับ กลายเป็นผู้ทำผิดคดียาเสพติดร้ายแรง นำไปควบคุมตัวเพื่อขยายผล ห่วงว่าขั้นตอนนี้จะนำไปสู่การทรมาน การทุจริตคอร์รัปชั่น มีการรีดไถของเจ้าหน้าที่

รัฐบาลควรเน้นหลักการของสหประชาชาติ คือ “Harm Reduction” หรือการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด เช่น การใช้สารทดแทน หรือกระบวนการสร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัวและชุมชนมาช่วยกันป้องกันยาเสพติด เพราะผู้เสพยาคือผู้ป่วย เราต้องหาวิถีทางที่จะให้หายป่วยหรือหายจากการเสพยา

ส่วนการยึดทรัพย์ทั้งรายเล็กและรายใหญ่เป็นมาตรการที่สำคัญอย่างหนึ่ง แต่ต้องเน้นผู้ค้ารายใหญ่ เพราะรายเล็กที่ค้ายามีหลายปัจจัย เช่น ความยากจน เศรษฐกิจไม่ดี ตกงาน ถือว่ากระทำความผิดแต่ไปถึงขั้นยึดทรัพย์ หรืออาจไม่มีอะไรให้ยึด จึงควรเน้นต้นตอรายใหญ่มากกว่า

การขีดเส้นภายใน 90 วันให้เร่งปราบปรามให้เห็นผล มุมหนึ่งอาจมีผลเสีย กดดันให้ตำรวจต้องทำงาน สร้างตัวเลข เน้นการจับกุมจำนวน การสั่งการแบบนี้มีบทเรียนมาแล้ว

กรณีให้นำกัญชากลับมาสู่ยาเสพติดประเภท 5 คงต้องไปถามคนที่เคยผลักดัน แต่ส่วนตัวและเสียงสะท้อนจากกลุ่มองค์กรมูลนิธิที่ช่วยเหลือผู้เสพยาพบว่าการใช้กัญชายังไม่มีผลเสียอย่างมีนัยยะสำคัญเมื่อเทียบกับเหล้า บุหรี่ แต่เรื่องนี้ต้องฟังความคิดเห็นจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง
ผอ.มูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม

การจะแก้ปัญหายาเสพติดแม้จะเป็นวาระแห่งชาติ แต่ต้องไม่ใช้วิธีการปราบปรามเพียงอย่างเดียว ต้องมีการเยียวยา การฟื้นฟูและการนำไปสู่การสร้างความเข้าใจที่ไม่ทำให้เกิดการเหมารวม เพราะที่ผ่านมาจะมีกลุ่มคนพิการ กลุ่มผู้หญิง กลุ่มผู้ประสบปัญหาที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือด้วย

การแก้เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนต้องใช้กระบวนการทางด้านสาธารณสุข การบริหารจัดการ การศึกษาที่ส่งผลให้คนในสังคมเกิดความตระหนัก แล้วเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา

การใช้ระบบอำนาจทั้งการปราบ การจับ การใช้ความรุนแรงอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องแก้ไขปัญหาให้ครอบคลุมทุกมิติ

ที่ผ่านมาเราเคยมีวิธีล้อมปราบจับหลายวิธีการและส่งผลกระทบกับคนที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้นอยากให้ใช้การแก้ไขปัญหาด้วยปัญญา มีความเข้าใจ และตระหนักถึงการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมและชุมชน

ที่นายกฯ มอบกระทรวงสาธารณสุขไปแก้กฎกระทรวงมียาบ้า 1 เม็ดก็ถือว่าผิดกฎหมายนั้น คนที่เสพหรือใช้ยามาจากเหตุต่างๆ หลากหลาย วิธีที่เหมาะสมคือทำอย่างไรให้มีกระบวนการเข้าไปดูเส้นทางที่นำไปสู่การเสพ หรือการแสวงหาประโยชน์โดยการค้าว่ามาจากอะไร

และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างมีส่วนร่วมและเข้าใจ รวมทั้งนำระบบฟื้นฟูเยียวยาเพื่อป้องกันและเสริมการปกป้องสังคมว่ายาเสพติดแต่ละชนิดกินเข้าไปแล้วจะเป็นอย่างไร

การยึดทรัพย์ที่ดูเหมือนต้องใช้ยาแรงกับผู้ค้ารายใหญ่จริงๆ จะจัดการได้หรือไม่ เพราะคนที่เข้าไปอยู่ในการปราบและการจัดการเป็นคนตัวเล็กตัวน้อย

การขีดเส้นการแก้ปัญหา กับภาคธุรกิจหรือภาคการผลิตสามารถกำหนดเวลาได้ชัดเจน แต่ปัญหาสังคมบางเรื่องต้องนำไปสู่วิธีการแก้ปัญหาโดยไม่ใช้วิธีลุยปราบ แล้วทำให้คนที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องประสบอันตรายถึงแก่ชีวิต ต้องคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน นำไปสู่กระบวนการรักษาผู้เสพด้วย

ต้องให้ภาคประชาสังคม ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมออกแบบ พูดคุยให้เห็นถึงอันตรายของยาเสพติดสร้างเป็นกฎบ้าน กติกาบ้านเพื่อดูแลร่วมกัน โดยรัฐทำหน้าที่ให้การสนับสนุน

แม้ยาเสพติดเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ต้องการ แต่การแก้ไขปัญหาต้องใช้วิจารณญาณ มีเรื่องทางการแพทย์ การศึกษา และทำให้พี่น้องประชาชนตระหนักและร่วมมือ จะถือเป็นวาระแห่งชาติที่ประชาชนเป็นเจ้าของด้วย ไม่ใช่ราชการเป็นเจ้าของอย่างเดียว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน