บินคืนนี้! เศรษฐา ขนคณะ เยือนฝรั่งเศส หารือ ‘ประธานาธิบดีมาครง’ ติดตามความร่วมมือการค้า ก่อนลุยต่อ อิตาลี-ญี่ปุ่น ดึงเอกชนลงทุนในไทย
เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2567 นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีกำหนดออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 23.30 น. ไปยังกรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 ชม. ถึงกรุงปารีส วันที่ 16 พ.ค. เวลา 07.10 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงปารีส ช้ากว่ากรุงเทพฯ 5 ชม.)
โดยการเดินทางครั้งนี้เป็นการเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 15-16 พ.ค. เพื่อนำคณะนักธุรกิจไทยร่วมงาน Thailand-France Business Forum ซึ่งเป็นผลสำเร็จจากการเดินทางเยือนฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการของนายกฯ เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2567 เป็นการจัดงานส่งเสริมการค้าระหว่างกัน และสนับสนุนให้ภาคเอกชนฝรั่งเศสเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น
ซึ่งในครั้งนี้นายกฯ จะพบหารือกับนายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เพื่อติดตามผลความร่วมมือระหว่างกัน โดยเฉพาะในด้านการค้าการลงทุน อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และซอฟต์พาวเวอร์ ตลอดจนร่วมกันผลักดันประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะการยกระดับความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส สู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ตามที่ระบุไว้ในแผนการ (Roadmap) การดำเนินความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส ค.ศ. 2022-2024
จากนั้นเป็นการเยือนสาธารณรัฐอิตาลีอย่างเป็นทางการ และกิจกรรมคู่ขนาน ระหว่างวันที่ 17-21 พ.ค. ที่เมืองมิลาน และกรุงโรม พบหารือกับนางจอร์จา เมโลนี (H.E. Mrs. Giorgia Meloni) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐอิตาลี เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอิตาลี ซึ่งในปี 2567 จะครบรอบ 156 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน
พร้อมขยายความร่วมมือในสาขาที่ไทยและอิตาลีมีศักยภาพร่วมกัน ได้แก่ พลังงานหมุนเวียน การท่องเที่ยวเชิงกีฬา วิทยาศาสตร์การแพทย์และเภสัชกรรม และกลาโหม โดยนายกฯ จะผลักดันประเด็นสำคัญ เช่น การยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทยในเขตเชงเกน และการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป ให้สามารถสรุปภายในปี 2568
รวมถึงประเด็นการรับแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากอิสราเอลไปทำงานในอิตาลีในอนาคต โอกาสนี้นายกฯ จะพบหารือกับนาย Attilio Fontana ผู้ว่าการแคว้นลอมบาร์เดีย ซึ่งเป็นแคว้นที่สำคัญที่สุดด้านเศรษฐกิจของอิตาลีด้วย
นอกจากนี้ การเยือนในครั้งนี้จะเป็นโอกาสพบหารือภาคเอกชนรายใหญ่ระดับโลกของอิตาลี และ นาย Carlo Capasa ประธาน the National Chamber of Italian Fashion โดยจะเชิญชวนภาคเอกชนอิตาลีให้มาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแฟชั่นและซอฟต์พาวเวอร์ การเกษตรและอาหาร ยานยนต์ พลังงาน การเงินและพันธบัตร Sustainability Linked Bonds รวมถึงโครงการแลนด์บริดจ์
จากนั้น นายกฯ จะเดินทางต่อไปยังกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเข้าร่วมการประชุม Nikkei Forum Future of Asia ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 22-24 พ.ค. โดยจะปาฐกถาในการประชุม Nikkei Forum Future of Asia ครั้งที่ 29
หัวข้อหลักในปีนี้ คือ Asian Leadership in an Uncertain World พร้อมจะเสนอให้เอเชียมีความร่วมมือสำคัญ ได้แก่ 1.การเชื่อมโยงด้านการค้าการลงทุนเพื่อเปิดโอกาสธุรกิจ 2.เสริมสร้างความยั่งยืนโดยเน้นเศรษฐกิจและพลังงานสีเขียว 3.การร่วมมือเพื่อเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล และ 4.การปรับกระบวนทัศน์ของระบบพหุพาคีใหม่ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจของเอเชีย และก้าวข้ามสถานการณ์โลกที่ผันผวนท้าทาย