เพื่อไทย แจงวุ่น ‘ทักษิณ’ กินข้าวพรรคร่วม ไม่มีประเด็นการเมือง ฉลองวันเกิด‘เจ๊แดง’ ร่วมยินดี ‘เต้น’ เปิดสาขาใหม่ มั่นใจรัฐบาลยังปึ้ก เชื่อไม่มีพรรคไหนอยากเลือกตั้งเร็ว
เมื่อวันที่ 16 พ.ค.2567 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีร่วมรับประทานข้าวร่วมกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในโอกาสร่วมแสดงความยินดีการเปิดร้านอาหารเยี่ยมใต้สาขา 2 ของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ซึ่งมีพรรคร่วมรัฐบาลร่วมรับประทานอาหารด้วยว่า นัดรับประทานอาหารกันตามปกติ ไม่มีประเด็นการเมือง และไม่มีเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล มีแต่คนสนิทกันไป
บรรยากาศชื่นมื่น มีการสอบถามสารพัดสุขดิบกันตามปกติ ทุกคนก็เคารพนายทักษิณ อีกทั้งนายทักษิณ ไม่ได้อยู่บ้านมากว่า 17 ปี ก็อยากทานข้าวบ้านบ้างเท่านั้น ย้ำว่าไม่มีการพูดคุยถึงประเด็นการเมือง
ด้านนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (15 พ.ค.) เป็นวันคล้ายวันเกิดครบ 69 ปีของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ตอนเช้าได้ทำบุญกับครอบครัวที่บ้านพัก ช่วงเย็นนางเยาวภา จึงชวนญาติพี่น้อง พร้อมสส.ของพรรคบางส่วน ไปรับประทานอาหารร่วมกัน ถือโอกาสไปแสดงความยินดีกับนายณัฐวุฒิ ที่เปิดร้านสาขา 2 ด้วย อีกทั้งนายทักษิณ ก็มีความคุ้นเคยกันดีกับนายณัฐวุฒิ จึงไปร่วมแสดงความยินดีในคราวเดียวกัน
เมื่อถามว่ามีแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ร่วมรับประทานอาหารด้วย ได้พูดคุยถึงการทำงานของพรรคร่วมหรือไม่ นายครูมานิตย์ กล่าวว่า ไม่มีนัยยะทางการเมือง นายทักษิณ กับผู้ใหญ่ของแต่ละพรรคก็รับประทานอาหารร่วมกันอีกโต๊ะ ตนรับประทานอาหารร่วมกับเพื่อนๆ สส.อีกโต๊ะ
“เชื่อว่าไม่ได้พูดคุยหรือเคลียร์ใจปัญหาทางการเมืองกับพรรคร่วมรัฐบาล เพราะไม่มีเหตุผลที่จะมาทะเลาะกันเองในเวลานี้ อีกทั้งงบประมาณปี 2567 เพิ่งมีผลบังคับใช้ รัฐบาลยังมีเรื่องต้องขับเคลื่อนนโยบายสำคัญๆ อีกหลายเรื่องในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน จึงเชื่อว่ายังไม่มีเหตุผลให้เกิดความขัดแย้งถึงขั้นต้องยุบสภา เลือกตั้งใหม่”
เมื่อถามว่ามีการเชื่อมโยงถึงประเด็นการนำกัญชาเสรี ซึ่งเป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทย กลับเป็นยาเสพติดอีกครั้ง จะมีปัญหาต่อการทำงานของพรรคร่วมหรือไม่ นายครูมานิตย์ กล่าวว่า เรื่องกัญชากลับเป็นยาเสพติด ยืนยันว่าจะไม่เป็นประเด็นความขัดแย้งของพรรคร่วม เพราะทุกฝ่ายสามารถนำข้อมูลทางวิชาการ ทางการแพทย์มาพูดคุยกันด้วยเหตุผล เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันโดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง รวมทั้งรัฐบาลยังมีเวลาขับเคลื่อนงานอีกกว่า 3 ปี
นอกจากนี้ ยังมีหลายนโยบายที่สำคัญๆ ทั้งโครงการเติมเงิน 1 หมื่นบาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ที่จะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ซึ่งเป็นนโยบายที่จะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้ อีกทั้งประชาชนรอคอยนโยบายดังกล่าว จึงไม่มีเหตุผลที่รัฐบาลจะไม่ร่วมกันผลักดันนโยบายสำคัญๆ ให้เกิดขึ้นกับประชาชน พูดตามตรงในเวลานี้คงไม่มีพรรคไหนที่อยากเลือกตั้งใหม่ เพราะไม่มีเหตุผลเพียงพอ เนื่องจากยังไม่ได้ทำงานการแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้มากนัก