‘จุลพันธ์’ ย้ำต้องกดยืนยันรับสิทธิ์เงินหมื่น ดิจิทัลวอลเล็ต คาดร้านค้าร่วมกว่าล้านราย สัปดาห์หน้าเตรียมหารือธนาคารพาณิชย์เชื่อมข้อมูล
วันที่ 17 พ.ค.2567 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการกำกับการดำเนินโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และรมว.คลัง เป็นประธาน ได้หารือถึงการเชื่อมโยงระบบ
โดยมีหน่วยงานทั้งจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการคลัง และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล รวมทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) พูดคุยในรายละเอียดของการเชื่อมโยงข้อมูล และมีข้อสรุปในหลายประเด็น ซึ่งเป็นความคืบหน้าในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้รับสิทธิเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต และระบบกดรับสิทธิ รวมทั้งยังยืนยันในกรอบเวลาเดิมในไตรมาสที่ 3 จะเริ่มต้นการลงทะเบียนทั้งร้านค้าและประชาชน
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ผู้ที่เคยยืนยันตัวตนกับโครงการสวัสดิการของรัฐ ไม่ต้องยืนยันอีก เพื่อลดปัญหาความแออัดที่ธนาคาร แต่ทุกคนต้องการรับสิทธิเติมเงิน 10,000 บาท ต้องเข้าไปกดรับสิทธิผ่านแอพฯ ที่สร้างขึ้นใหม่ เป้าหมาย 50 ล้านคน ที่ประชุมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางอำนวยความสะดวกกลุ่มเปราะบาง คนไม่มีมือถือ ให้ซื้อสินค้าได้อย่างไร โดยไม่เปิดทางให้ทุจริตหรือการสวมสิทธิ
สำหรับสินค้าร่วมโครงการ เตรียมหารือเพิ่มเติมกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อกำหนดรายละเอียด เบื้องต้นเป็นสินค้าผลิตในประเทศ ก่อให้เกิดการจ้างงาน เปิดให้ซื้อสินค้านำเข้าชิ้นส่วนที่สำคัญจากต่างประเทศได้บางประเภท คาดว่ามีร้านค้าเข้าร่วมโครงการกว่าล้านราย โดยจะเปิดลงทะเบียนพร้อมกันทั้งประชาชนและร้านค้าในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้
ส่วนการชำระเงินจะต้องเป็นแบบ face to face ผู้ได้รับสิทธิ์จะต้องเดินทางไปที่ร้านค้าด้วยตัวเอง ส่วนกลุ่มประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงสมาร์ทโฟนได้ อาจใช้บัตรประชาชนแทน แต่ต้องระวังเรื่องการสวมสิทธิ์ ซึ่งต้องหารือเพิ่มเติมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจไซเบอร์ เพื่อหากลไกรองรับประชาชนได้ทุกกลุ่มทุกประเภท ส่วนการนำโทรศัพท์มือถือของคนอื่นไปใช้สิทธิ์เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้เพราะผิดหลักเกณฑ์และผิดกฎหมาย
“สัปดาห์หน้าจะนัดหารือผู้ประกอบการธนาคารพาณิชย์และธนาคารของรัฐ ในการเชื่อมต่อข้อมูลแบบ open loop ที่ผ่านมาการคุยนอกรอบได้รับสัญญาณที่ดีมาหลายประเด็น โดยต้องการเชื่อมข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ที่จะเข้าถึงระบบและบริการได้ง่ายขึ้น” รมช.คลัง กล่าว