“คารม” วอนรัฐบาล ทบทวนดึงกัญชากลับเป็นยาเสพติด หวั่นเกิดผลร้ายมากกว่าดี แนะมีกฎหมายควบคุมการใช้ เกิดประโยชน์มากกว่า
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 17 พ.ค. 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย กล่าวการนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดว่า เท่าที่ติดตามมีหลายภาคส่วนไม่เห็นด้วย
เรื่องนี้ต้องคิดให้ละเอียด ถ้าเรามีกฎหมายที่ดีในการควบคุมก็จะเป็นประโยชน์ เพราะจะเห็นว่าทุกที่นำกัญชามาใช้เพื่อสุขภาพ ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขควรมีการสำรวจหลังจากปลดล็อกกัญชา ว่าจะเป็นประโยชน์ได้มากกว่าหรือไม่
นายคารม กล่าวว่า ส่วนเรื่องยาบ้านั้น ตนเห็นด้วยในหลักการที่พบเพียง 1 เม็ดสามารถดำเนินคดีและยึดทรัพย์ได้ทันที แต่สำหรับกัญชา หากนำกลับไปเป็นยาเสพติดก็ต้องมีการประกันตัว ถ้าไม่ประกันตัวก็ต้องติดคุก แล้วคนที่ลงทุนไปจะให้เขาไปยืนตรงไหน
“ผมจึงเห็นว่าแนวทางของพรรคภูมิใจไทยที่ให้ใช้ความระมัดระวัง เพราะกัญชามีส่วนดีที่เป็นพืชสมุนไพรและพืชเศรษฐกิจ ถ้าเรามีความรอบคอบ ก็จะเป็นประโยชน์มากกว่า” นายคารม กล่าว
เมื่อถามว่าประเด็นนี้จะกลายเป็นเรื่องบาดหมางในรัฐบาลหรือไม่ นายคารม กล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลมีนโยบายของแต่ละพรรค นำมารวมเป็นนโยบายรัฐบาล แต่จะดำเนินการอย่างไรก็ต้องเป็นการตัดสินใจของรัฐบาลเพื่อไทย หากเราไม่พูด แล้วมีการนำกลับไปเป็นยาเสพติด น่าจะเป็นผลร้ายมากกว่า
ตนจึงอยากจะแจ้งไปยัง รมว.สาธารณสุข หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ชุดใหญ่ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานว่า ก่อนนำกลับไปเป็นยาเสพติดน่าจะมีการสำรวจว่า หลังจากปลดล็อกมาแล้ว เป็นประโยชน์มากกว่าหรือไม่
“เรื่องนี้ผมคิดว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ใช้ความรอบคอบดีแล้ว เพราะท่านก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ ไม่น่าจะมีเรื่องอะไรที่ไม่ดี แต่น่าจะเป็นเรื่องดีมากกว่า ที่จะทำให้เกิดข้อระมัดระวังมากยิ่งขึ้น” นายคารม กล่าว