“จิราพร” ปลื้มประสบการณ์ร่วมการเดินทางนายกฯ เชื่อมั่นประเทศไทยกลับเข้าจอเรดาร์โลก การร่วมมือด้านแฟชั่น นำผ้าไทยเสนอตลาดโลก

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 พ.ค.(ตามเวลาท้องถิ่นเมืองปาร์มา ประเทศอิตาลี ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ถึงการร่วมคณะเดินทางเย็นต่างประเทศกับนายกรัฐมนตรีว่า ถือเป็นการติดตามนายกรัฐมนตรีเดินทางมาต่างประเทศครั้งแรกในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ หลังจากเปลี่ยนบทบาทจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

“เป็นโอกาสดีของประเทศไทย ที่นายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ขยายโอกาส ดึงการค้าการลงทุนของต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย การมาครั้งนี้ได้เห็นการทำงานของท่านนายกฯ เห็นการเจรจาระหว่างผู้นำไทย-ฝรั่งเศส และการเจรจาระหว่างผู้นำกับแบรนด์ระดับโลก เป็นการตอกย้ำว่าการเดินทางมาต่างประเทศเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประเทศไทยที่ห่างหายจากจอเรดาร์ของโลกมานาน” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

นางสาวจิราพร กล่าวว่า การเยือนต่างประเทศของนายกรัฐมนตรีถือเป็นโอกาสในการสื่อสารการดำเนินนโยบายของรัฐบาลให้แต่ละประเทศ และแต่ละบริษัทเข้าใจ เพื่อดึงเม็ดเงินเข้ามาลงทุน ถือเป็นการสร้างโอกาสสำหรับประชาชนคนไทยทุกคน จากการส่งออกสินค้าไทย สามารถสร้างงานสร้างอาชีพในประเทศไทย ดังนั้น การนำเสนอการดำเนินนโยบาย ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ในฐานะรัฐมนตรีที่รับผิดชอบดูแลกรมประชาสัมพันธ์ถือว่าสื่อมวลชนเป็นส่วนสำคัญในการนำเสนอความตั้งใจของนายกฯ ผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจการมาเยืยนต่างประเทศ

รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า การเดินทางครั้งนี้ ทำให้เห็นสไตล์การทำงานของนายกฯ ซึ่งท่านเป็นคนเข้าใจเนื้อหาจับประเด็นได้อย่างรวดเร็ว ใช้เวลาทำความเข้าใจในเวลาสั้นเพียง 2-3 นาที เมื่ออยู่บนโต๊ะเจรจาสามารถพูดถึงเนื้อหาได้เลย และต่อยอดการเจรจาได้อย่างทันท่วงที สามารถพูดคุยได้อย่างราบรื่น ยกตัวอย่างเช่น ระหว่างการหารือกับนายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ได้พูดคุยกันอย่างถูกคอจนนำไปสู่การหารือแบบสองต่อสอง (four eyes) ทำให้บรรยากาศการพูดคุยกันเพื่อเจริญความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับฝรั่งเศส เป็นไปอย่างดีมาก

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯ ตั้งใจจะส่งเสริมผ้าไทยให้ไประดับโลก จึงได้นำผ้าขาวม้ามาออกแบบและตัดเย็บด้วยฝีมือช่างไทย เพื่อใส่ร่วมทริปนี้ จะเห็นว่าเป็นสูทที่ใช้ได้ในหลายโอกาส ทั้งนี้ ประเทศอิตาลีเป็นผู้นำด้านแฟชั่น จึงเป็นโอกาสที่ไทยจะต่อยอดความร่วมมือด้านองค์ความรู้แฟชั่น โดยเฉพาะการผลักดันให้ดีไซเนอร์ที่มีศักยภาพของไทยได้มีโอกาสมาเรียนรู้กับบริษัทระดับโลกในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย OFOS : One Family One Soft Power สร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับทุกครอบครัว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน