“อ.ยุทธพร” เชื่อ ศาลรธน.ไม่รับพิจารณา ปม 40 สว. ยื่นถอดนายกฯ เหตุ “พิชิต” ลาออกแล้ว ด้าน “อ.มุนินทร์” ชี้ นายกฯ ไม่ต้องรับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2567 นายยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงการลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ของนายพิชิต ชื่นบาน ว่า การที่นายพิชิต ลาออก เชื่อว่าคงมีผลต่อการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ในส่วนที่ว่าเหตุของการร้องคดีนี้หมดไปแล้ว ศาลจะต้องไม่รับคำร้องนี้ไว้พิจารณา

แต่คงมีคนแย้งต่อว่าความผิดสำเร็จไปแล้ว ซึ่งตนเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดทางอาญา หรือการกระทำความผิดทางแพ่ง หรือการทุจริต แต่เป็นเรื่องของการเสนอชื่อบุคคล ที่ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ว่าบุคคลนั้นขาดคุณสมบัติแล้วหรือไม่ เพราะในมุมของกฤษฎีกา วินิจฉัยไว้ว่า นายพิชิตไม่ได้ขาดคุณสมบัติ สามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้ ส่วนในแง่ของข้อเท็จจริง และกฎหมายนั้นก็ไม่มีอะไรที่ทำให้ขาดคุณสมบัติ

“แต่เมื่อเหตุแห่งการร้องหมดไปแล้ว คือ นายพิชิต ลาออกแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญก็คงไม่รับคำร้องพิจารณาเรื่องนี้ และเรื่องดังกล่าว ก็ไม่ใช่ว่านายกฯ จะทำผิดอะไรด้วย ส่วนที่แย้งว่าความผิดของนายกฯ สำเร็จแล้วนั้น เป็นการพยายามตีความกฎหมายอย่างบิดเบือน

เรื่องนี้ไม่ถือเป็นการกระทำความผิดโดยสำเร็จ และไม่ได้ทำความผิด แต่ถ้านายกฯ ทุจริต หรือทำความผิดทางอาญา จึงจะถือว่านายกฯ กระทำความผิด แต่นี่เป็นการเสนอชื่อบุคคลดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ที่มีองค์กรอย่างกฤษฎีการับรองแล้วว่าเสนอชื่อได้ จึงไม่มีอะไรที่ขัดต่อระเบียบ กฎหมายเลย” นายยุทธพร กล่าว

นายยุทธพร กล่าวว่า ฉะนั้นเรื่องนี้ นายพิชิตลาออก ก็จบเรื่องแล้ว คำร้องก็หมดไปเพราะไม่มีเหตุของคำร้อง หรือสมมติกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องนี้ไว้พิจารณาแล้ว นายพิชิตมาลาออกทีหลัง ศาลก็ต้องจำหน่ายคดีออกไปเช่นกัน เพราะเหตุแห่งการร้องไม่มีแล้ว นี่คือหลักของกฎหมาย ดังนั้น นายพิชิตลาออกเรื่องนี้ก็จบ และไม่มีช่องทางอื่น ด้วยนายกฯ ไม่ได้กระทำความผิดด้วย คงไปหาข้อหายัดเยียดให้ไม่ได้

ด้านนายมุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ไม่มั่นใจว่าการลาออกของนายพิชิต จะมีผลต่อคำร้องของ 40 สว.หรือไม่ แต่มองว่าหลักการของการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ผิดพลาดตั้งแต่แรกแล้ว เพราะก่อนแต่งตั้งรัฐมนตรี ต้องตรวจสอบคุณสมบัติและควรจบตั้งแต่ก่อนดำรงตำแหน่งแล้ว อีกทั้งก่อนนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ก็ตรวจสอบกันตามลำดับแล้ว

ฉะนั้น นายกฯ ไม่ควรต้องรับผิดชอบในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ ถ้านายกฯ ต้องมารับผิดชอบ ต้องพ้นจากตำแหน่ง เพียงเพราะยื่นแต่งตั้งคนที่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ อย่างนี้เราไม่มีทางที่จะบริหารราชการแผ่นดินกันได้เลยในสถานการณ์แบบนี้ ส่วนตัวจึงเห็นว่านายกฯ ไม่ควรมารับผิดชอบเรื่องที่เป็นความผิดพลาดทางเทคนิคที่ไม่ได้มีเจตนา

นายมุนินทร์ กล่าวว่า จริงๆ แล้ว ตอนนี้เรายังไม่รู้เลยว่า นายพิชิตขาดคุณสมบัติหรือไม่ เพราะยังไม่เคยถูกศาลวินิจฉัยมาก่อน เมื่อนายพิชิตลาออกไปแล้ว แล้วศาลจะวินิจฉัยหรือไม่ ถ้าศาลวินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติ ก็ต้องวินิจฉัยต่อว่า นายกฯ กระทำการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้พ้นจากตำแหน่งหรือไม่ คำตอบคือไม่ เพราะหากนายพิชิตขาดคุณสมบัติ ก็เป็นความผิดพลาดทางเทคนิค ซึ่งนายกฯ ไม่ควรต้องมารับผิดชอบ ดังนั้น นายกฯ ก็ไม่จำเป็นต้องลาออกตามนายพิชิต

นายมุนินทร์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มองว่านายพิชิตลาออกเพื่อตัดตอนไม่ให้ถึงนายกฯ นั้น ตนเห็นว่าการที่นายพิชิตลาออก ถ้ามีการกระทำความผิดจริง ก็คงไม่มีเปลี่ยนแปลง แค่ลดบรรยากาศทางการเมืองเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้แล้ว นายกฯ จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ก็อยู่ที่ศาล ศาลอาจมีคำสั่งไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ก็ได้ ซึ่งเป็นดุลยพินิจของศาล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน