ป.ป.ช. ฟันอาญา-วินัย อดีตอัยการศาลจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ รายงานคดีไม่ตรงความเป็นจริง-แก้ไขข้อมูลในสารบบความอัยการโดยมิชอบ
วันที่ 24 พ.ค.2567 นายศรชัย ชูวิเชียร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภาค 6 ในฐานะโฆษกสำนักงานป.ป.ช.ภาค 6 เปิดเผยว่า กรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด พันโทพิชัย คำแดง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง อัยการศาลจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ (ยศพันตรี)
จากกรณีเสนอรายงานคดีไม่ตรงตามความเป็นจริง โดยเสนอรายงานคดีเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา เพียงฐานความผิดมียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 2 เม็ด ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และพกอาวุธปืนติดตัวไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้มีอาวุธปืนติดตัวโดยไม่มีเหตุสมควร
โดยไม่ได้เสนอรายงานการคดีเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา ฐานเป็นข้าราชการมียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 60 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนกฎหมาย เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยฝ่าฝืนกฎหมาย เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 โดยฝ่าฝืนกฎหมาย
โดยคณะกรรมการป.ป.ช. มีมติเห็นว่า มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่ง ผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญา ฐานความผิด ตามมาตรา 123/1 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ปัจจุบัน มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
ส่วนกรณี พ.ท.พิชัย แก้ไขข้อความในสารบบความอัยการ คณะกรรมการป.ป.ช. เห็นว่า มีมูลความผิดทางอาญา ตามมาตรา 157 มาตรา 161 มาตรา 264และมาตรา 265 ประกอบมาตรา 84 ฐานความผิด ตามมาตรา 123/1 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ปัจจุบัน มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
ทั้งนี้ ให้ส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาล ซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐานและคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับ พ.ท.พิชัย คำแดง ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98 ต่อไป