สังคมให้ความสนใจอย่างมากต่อกรณีอัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในความผิดมาตรา 112
เรื่องดังกล่าวจะส่งผลอย่างไรต่อสถานการณ์บ้านเมือง รัฐบาล รวมถึงพรรคเพื่อไทย
มีความเห็นจากนักวิชาการที่เกาะติดสถาการณ์การเมือง
สุขุม นวลสกุล
อดีตอธิการบดี ม.รามคำแหง
การที่อัยการสูงสุดสั่งฟ้องนายทักษิณ ตามข้อกล่าวหาความผิดมาตรา 112 เป็นการโยน เผือกร้อน เพราะอัยการสูงสุดไม่ได้เป็นคนตัดสิน เพียงแต่ยื่นส่งฟ้องให้ศาลเป็นผู้พิพากษา เป็นการปัดให้พ้นตัวไป
ส่วนผลในทางการเมืองคงทำให้คนมองว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายรุกบ้างแล้ว เพราะนายทักษิณ รุกมานานแล้ว
สำหรับเสียงวิจารณ์ว่าสาเหตุที่สั่งฟ้องเพื่อเบรกการเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ต้องบอกว่ามีส่วนแต่คงไม่ได้ผล เพราะนายทักษิณต้องดิ้นเพราะกำลังศรัทธาของพรรคเพื่อไทยตกลง เห็นได้จากโพลของสถาบันพระปกเกล้าที่ออกมาล่าสุด จึงต้องเคลื่อนไหวให้พรรคเพื่อไทยเป็นเบอร์หนึ่ง จะเป็นรองไม่ได้ ถ้าหยุดก็เท่ากับถอยลงไปอีก
ส่วนต้องการเบรกการกระทำที่เกินกว่าดีล ของนายทักษิณตามที่วิจารณ์กันหรือไม่ทราบ แต่คำถามคือฝ่ายตรงข้ามอีกกลุ่มนั้นมีผู้ถือหุ้นเยอะ แต่วันนี้ 3 ลุงกระจายกันไป เหลือหุ้นที่ยังสู้อยู่ คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ
ทำให้ความเข้มแข็งในการสู้ไม่เท่ากับ 3 คนรวมกัน จึงไม่น่าจะเบรกนายทักษิณได้ ถึงเบรกได้ก็ทำแค่ชะงักเล็กน้อย ไม่มีผลไปตีกรอบการเคลื่อนไหวของนายทักษิณ
สำหรับกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องกรณี 40 สว.ยื่นให้ตรวจสอบคุณสมบัตินั้น มองว่าเป็นเพราะไม่มีทางเลือกต้องเดินหน้าต่อ และเป็นการหาเรื่องของพวกที่ต่อต้านนายทักษิณแบบเข้าสายเลือด แต่จะไปถึงขั้นเขย่ารัฐบาล เปลี่ยนตัวนายกฯก็คงยัง
ถามว่าทั้งคดีความของนายทักษิณ และนายเศรษฐาจะส่งผลถึงพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ส่วนตัว ไม่ได้มองขนาดนั้น แต่สังคมค่อนข้างหาเรื่องมาหวั่นไหว คนทำก็รู้สึกได้ผลทุกครั้งเพราะเรียกความสนใจให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ตามสื่อได้
แต่ทั้งสองกรณีคงไม่สามารถทำอะไรรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยได้ เพราะส่วนตัวมองที่การเมืองเป็นหลัก ไม่ใช่นิติศาสตร์เป็นหลัก การเมืองจะไปตามทิศทางของรัฐศาสตร์มากกว่าถ้าเอาหลักนิติศาสตร์มาวินิจฉัยก็ไม่เป็นไปตามที่คิด เพราะไม่รู้มีกี่สำนักที่เห็นไม่ตรงกัน
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงยังต่างกันแสดงว่าออกไปได้ทุกทิศทาง จะออกทั้งฝ่ายค้านหรือฝ่ายสนับสนุนก็ได้ แม้แต่พวกเดียวกันก็ยังเห็นไม่ตรงกัน
ดังนี้ทั้งสองกรณีไม่น่าจะมีผลลบกับนายทักษิณและพรรคเพื่อไทย ดูจากการจับมือกันของนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ กับนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน จะเห็นว่าฝ่ายที่ขัดแย้งกับฝ่ายที่มีอำนาจจริงยังอยู่ด้วยกัน นายวิษณุจะมารับตำแหน่งในรัฐบาลนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย จึงเป็นสัญญาณบ่งบอกให้รู้ว่าเขายังอยู่ด้วยกัน
ส่วนเมื่ออัยการสั่งฟ้องเช่นเป็นคดีนี้ นายทักษิณจะลดบทบาทตัวเองลงหรือไม่นั้น คิดว่านายทักษิณไม่เชื่อใคร ทุกอย่างท่านตัดสินใจเอง
ธีระพล อันมัย
คณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลราชธานี
นายทักษิณโดนเล่นงานด้วยมาตรา 112 ซึ่งคดีเกิดตั้งแต่ปี 2558 จึงน่าจะส่งผลในแง่ของสังคมไทยที่ต้องคุยเรื่องนี้กันมากขึ้นว่ามาตรา 112 ควรถูกแก้ไขหรือปรับปรุงอย่างไร เพราะแสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็โดนเล่นงานด้วยมาตรา 112 ได้หมด
ฝั่งที่อยู่ตรงข้ามรัฐประหาร ตั้งแต่ปี 2549 หรือปี 2557 เป็นต้นมาจะโดนเล่นงานด้วยมาตรา 112 เมื่อไรก็ไม่รู้ประเทศไทยน่าจะคุยกันเรื่องมาตรา 112 กันมากขึ้น ทั้งในสภาและนอกสภา
และคิดว่ารัฐบาลควรสนใจเรื่องมาตรา 112 มากขึ้น อีกไม่กี่วันจะมีการคุยกันเรื่องนิรโทษกรรม ควรนำเรื่องมาตรา 112 ไปหารือด้วย พรรคเพื่อไทยหาเสียงเรื่องมาตรา 112 บอกจะคุยกันในสภาก็ควรนำวาระนี้พูดในสภาได้แล้ว จะมีเวลาไหนที่จะเหมาะสมเท่าช่วงเวลานี้ อีกแล้ว
พรรคเพื่อไทยเคยรณรงค์หาเสียงเรื่อง 112 เช่นเดียวกับพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคก้าวไกล จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมที่ควรจะคุยกันเรื่องมาตรา 112 ควรปรับแก้อย่างไรเพื่อให้ไม่เป็นเครื่องมือทางการเมือง
ส่วนที่มองกันว่านายทักษิณโดนเรื่องนี้เพราะเล่นใหญ่เกินดีลนั้น หากเป็นอย่างที่วิจารณ์กันจริงก็ยิ่งสะท้อนว่ามาตรา 112 ถูกใช้เป็นเครื่องมือไม่ให้แสดงออก นี่คือปัญหาของประเทศนี้ที่ใช้กฎหมายปิดปาก ปิดกั้นผู้คน ถ้าเป็นการแสดงออกโดยไม่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม หรือความผิดร้ายแรง แต่ยังจะใช้กฎหมายฉบับนี้มันก็เป็นปัญหา
ส่วนตัวไม่แน่ใจเกี่ยวกับเรื่องดีลที่วิจารณ์กัน แต่มองเรื่องคนใช้กฎหมายมากกว่าเพราะมันไม่โปร่งใสจนทำให้การเมืองของประเทศไทยไม่ใช่การเมืองในที่แจ้ง และถ้าใช้กฎหมายฉบับนี้มาลดบทบาทของนายทักษิณ มันคือปัญหาของประเทศนี้
คนถือกฎหมายใช้กฎหมาย 1 มาตราเล่นงานคนเพื่อให้ลดบทบาททางการเมือง สะท้อนว่าประเทศนี้มีปัญหาอย่างมาก ดังนั้นอย่าให้กฎหมาย 1 ฉบับเป็นเครื่องมือ ลดบทบาทหรือดิสเครดิตใคร
จากนี้คงขึ้นอยู่กับศาลชั้นต้นจะพิจารณาอย่างไร ส่วนจะต่อสู้กันทั้ง 3 ศาลหรือไม่ต้องดูศาลชั้นต้นก่อนว่าจะรับฟ้องหรือยกฟ้องอย่างไร กรณียกฟ้องอัยการสูงสุดจะยื่นอุทธรณ์ต่อหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับอัยการสูงสุดด้วยว่าจะต่อสู้ฟ้องคดีไปให้สุดหรือไม่
กรณีศาลชั้นต้นรับฟ้องหวังว่านายทักษิณควรจะได้สิทธิประกันตัว รวมทั้งคนที่โดนมาตรา 112 ทุกคนด้วย ควรจะมีสิทธิประกันตัว เพราะถ้าเป็นคดีทั่วไปการสั่งฟ้องจะพิจารณาพยานหลักฐานอย่างถี่ถ้วนก่อนส่งฟ้อง
ต้องไปลุ้นว่าศาลจะรับฟ้องหรือไม่ซึ่งขึ้นอยู่กับทนายด้วยว่ามีพยานหลักฐานอะไรไปสู้ เพื่อให้ศาลพิจารณาผลที่เป็นคุณกับนายทักษิณ แต่ที่แน่ๆ นายทักษิณมีคดีมาตรา 112 พันแข้งพันขาอยู่แล้วในตอนนี้ จะเคลื่อนไหวพูดอะไรก็คงลำบากขึ้น
สติธร ธนานิธิโชติ
ผอ.สำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า
การที่อัยการสูงสุดสั่งฟ้องนายทักษิณอาจส่งผลกับการเมืองแต่ไม่มากนัก หากจะพูดบนสมมติฐานมีการดีลกันไว้ก็ยังไม่มีอะไรที่ผิดไปจากดีล แต่อาจมีคนเห็นว่านายทักษิณเริ่มมีแต้มต่อไปจากฝ่ายอำนาจเดิม เพื่อให้มีแต้มต่อเท่ากันก็จำเป็นต้องมีอะไรมาคุมไว้ ซึ่งเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์
อย่างไรก็ตามฝ่ายอำนาจเดิมยังต้องพึ่งพานายทักษิณและพรรคเพื่อไทยในการอยู่ในอำนาจร่วมกัน ขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังและรักษาอารมณ์ความรู้สึกของมวลชนที่สนับสนุนฝ่ายอนุรักษนิยม ซึ่งไม่สบายใจที่เห็นนายทักษิณได้รับอภิสิทธิ์ ทุกอย่าง
แต่การที่นายทักษิณออกเดินสายไปตามที่ต่างๆ ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะเขากลับมาเพื่อภารกิจนี้ ต้องมาสร้างความนิยม ความเข้มแข็ง เรียกคืนความนิยมให้กับพรรคเพื่อไทย เพราะถ้าไม่ทำอะไรเลยแล้วจะเรียกคืนอะไรให้พรรคได้ ไม่อย่างนั้นคงไม่มาดีลให้ได้กลับมา
ดังนั้นเป็นบทบาทที่ไม่เกินเลยเพียงแต่ที่น่าเป็นห่วงคือผลลัพธ์มากกว่า เพราะถ้ามีคนพูดหรือคิดว่าการที่นายทักษิณออกไปทำแบบนี้จะทำให้พรรคเพื่อไทยได้กินรวบหรือเปล่า สิ่งนี้ต่างหากที่ทำให้เกิดความระแวงและไม่อยากให้เกิดขึ้น
แน่นอนว่าที่อัยการสูงสุดสั่งฟ้องแล้วต้อง ต่อสู้กันยาวถึง 3 ศาล อาจทำให้ถูกโยงได้ว่านี่คือการสร้างเป็นเงื่อนไขให้นายทักษิณปฏิบัติไปตามดีล เพราะคดีแบบนี้ไม่ใช่คดีสั้นๆ ถือเป็นการมัดมือมัดเท้าไว้ก่อน ขู่ไว้ก่อนใช่หรือไม่ เพราะถ้าปล่อยให้สบายตัวสบายใจจนเกินไปอาจจะมีการหักดีลกันเมื่อไรก็ได้
ส่วนเมื่อถูกอัยการสูงสุดสั่งฟ้องครั้งนี้จะทำให้นายทักษิณลดบทบาทตัวเองหรือไม่ อยากให้ค่อยๆสังเกตกันต่อไป เพราะ ณ ตอนนี้นายทักษิณอ้างว่าติดโควิด ต้องดูว่าหลังหายจากโควิดแล้วยังจะมีบทบาทอะไรอยู่หรือไม่ในแง่ของการเคลื่อนไหวทางการเมือง
และในแง่การดำเนินคดีจะยังคงเป็นไปตาม ขั้นตอนอยู่หรือไม่ เช่น เมื่อไปรายงานตัวแล้วจะให้ประกันตัวหรือเปล่า ถ้าเป็นภาวะปกติเชื่อว่าการเคลื่อนไหวยังคงเหมือนเดิม
ส่วนด้านคดีต้องทำให้นายทักษิณขับเคลื่อนทางการเมืองได้ ไม่ใช่อยู่ๆ พากลับเข้าคุกเช่นนั้นคงเป็นเรื่องใครหักใครเป็นแน่