เศรษฐา ย้ำตั้ง ‘วิษณุ’ไม่ใช่เหตุคนเพื่อไทยไร้ความสามารถ ขออย่ามองคนละสีคนละขั้ว ไม่มีสัญญาใจ ทักษิณ ชี้ ‘ประยุทธ์’ ใจต่อใจชัดเจน ถึงที่มาจะต่างกัน
เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 4 มิ.ย.2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสมาชิกพรรคเพื่อไทย วิจารณ์และไม่เห็นด้วยกับการตั้ง นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกฯว่า จริงๆแล้ว เรื่องวาทกรรมทางการเมืองก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่เราปฏิเสธไม่ได้ ถ้าเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยจะไม่เก่ง
“ที่เราประสบปัญหาทั้งรัฐบาล ประชาชน และปัญหาทั่วๆ ไป จริงๆแล้วเราต้องการคนเก่งเข้ามาช่วย ส่วนจะเป็นสีเสื้อ คนละขั้วก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เราคำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก และคำนึงถึงการขับเคลื่อนนโยบายหลักของรัฐบาลว่าทำอย่างไรจะเป็นไปด้วยความรอบคอบ เชื่อว่า สส.ในพรรคเพื่อไทยน่าจะมีความเข้าใจในส่วนนี้”
ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องสีเสื้อต่างๆ ควรยุติได้แล้วหรือไม่ในยุครัฐบาลนี้ นายกฯกล่าวว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอ วันนี้เราไม่มีสีเสื้อแล้ว การลงพื้นที่ ตนก็ไม่ได้ไปแต่พื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยมี สส.เยอะคือภาคอีสาน ตนไปภาคใต้และทำงานให้ทุกภาค ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ที่ชัดเจน
การที่เรามาทำตรงนี้ ไม่ได้ทำเพื่อประชาชนในภาคใดภาคหนึ่ง และรัฐมนตรีเอง ก็เข้าใจถึงปัญหาที่รัฐบาลประสบมา ทั้งปัจจุบันและในอดีต ปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง ฉะนั้น การแสดงออกของรัฐมนตรีหรือการทำงานของรัฐบาลนี้ ตนเน้นย้ำตลอด เรื่องการทำแต่เขตของตัวเองหรือพรรคพวกของตัวเอง ตนไม่อยากให้มี แต่เวลาพูดก็พูดไป แต่เชื่อว่าการกระทำจะเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุด ขอให้ดูกันต่อไป
“ผมเชื่อว่า ผมได้แสดงออกอย่างเต็มที่แล้วว่าเราไม่มีสีเสื้อ และพยายามเดินหน้ากันต่อไป แต่ก็เข้าใจถึงความเจ็บปวดในอดีต ก็ต้องบริหารเรื่องความคาดหวัง เรื่องสภาพจิตใจของทุกฝ่าย ไม่ได้บอกว่าเป็นหน้าใหม่ เข้ามาได้แค่ 2-3 ปี แล้วจะดึงทุกอย่าง แต่เวลาจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเยียวยาจิตใจของทุกๆฝ่าย เชื่อว่าการที่เราตั้งใจมาทำงานตรงนี้ พยายามขจัดปัญหาความยากจน ปัญหาเหลื่อมล้ำก็เป็นสัญญาณที่ดีจากทุกๆฝ่าย ความรุนแรง ความร้อนแรงทางด้านการเมือง ก็หวังว่าจะลดลงไปได้” นายเศรษฐากล่าว
เมื่อถามว่านายกฯ ตัดสินใจดึง นายวิษณุ เข้ามาช่วยงานด้านกฎหมาย สมาชิกพรรคควรต้องเคารพการตัดสินใจของนายกฯและหยุดแสดงความเห็นหรือไม่ เพราะนายวิษณุ ไม่ได้แค่มาช่วยรัฐบาลนี้ แต่ช่วยมาตั้งแต่รัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร นายเศรษฐา กล่าวว่า
“ผมเชื่อว่าประวัติศาสตร์มันชัดเจน และถูกเขียนไว้ชัดเจน ก็ไม่ทราบว่าจะอธิบายให้มันเยอะกว่านี้ได้อย่างไร ผมคิดว่าเรามาดูที่ผลงาน มาดูความตั้งใจของท่านดีกว่า ตอนนี้ที่ทำงานร่วมกันและต่อไปในอนาคตดีกว่า และเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นที่ประจักษ์ดีกับทุกๆฝ่ายอยู่แล้ว ก็ไม่อยากจะต้องพูดย้ำไปย้ำมา เพราะทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้ว”
เมื่อถามว่าสมาชิกพรรคเพื่อไทย มองว่ามวลชนที่สนับสนุนเพื่อไทยอยู่จะหันไปสนับสนุนพรรคอื่นที่เป็นคู่แข่ง นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนเชื่อว่าการที่ประชาชนจะเลือกพรรคใด เรื่องการทำงานของรัฐบาลเป็นสิ่งสำคัญ การขจัดปัญหาที่เขาประสบอยู่ ต้องใช้เวลาแก้ไขปัญหา ตนมั่นใจว่ารัฐบาลนี้ รัฐมนตรีทุกคนทุกพรรคมาทำงานแบบน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
เมื่อถามว่าในที่ประชุมเพื่อไทยมีข่าวว่าจะเคลียร์ใจเรื่องนี้ด้วย นายเศรษฐา ปฏิเสธว่า ไม่ทราบเลย และตนติดภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลตลอด คงเข้าไปไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายวิษณุ ระบุว่าจะมาช่วยงานชั่วคราว ตรงนี้มีสัญญาใจอะไรไว้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เวลาพูดถึงสัญญาใจ ก็เป็นเรื่องของคนสองคน ต้องขอความกรุณาด้วย
เมื่อถามว่าแสดงว่านายวิษณุจะมาแค่ชั่วคราวใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เชื่อว่าการที่อยู่ด้วยกันก็ต้องค่อยๆทำงานไปด้วยกัน ตนรู้จักกับท่านมานานแต่ไม่เคยทำงานด้วยกัน เป็นเรื่องที่เราต้องพัฒนาความสัมพันธ์กันไป มั่นใจว่าถ้าตนทำให้ท่านมีความสุขได้ เราก็จะอยู่กันไปนานๆ
เมื่อถามว่ามีสัญญาใจอะไรไว้กับนายทักษิณ หรือไม่ นายกฯ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า ไม่มี ตนไม่มีสัญญาใจผู้นำในอดีตทุกๆท่านหรือหลายๆท่าน เรามาตรงนี้เรามาช่วยกันดูแลประเทศ ใครมีข้อเสนอแนะอะไรที่ดีๆ ตนยินดีน้อมรับ เพราะตนก็ไม่เคยที่จะไม่รับฟังความคิดเห็นของทุกคน แต่ในขีดจำกัดของการเป็นนายกฯในวันนี้กับเมื่อ 17 ปีที่ผ่านมา มันมีขีดจำกัดที่แตกต่างกันไป และพ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน ก็แตกต่างกันไป การพูดเรื่องต่างๆก็ต่างกัน
“ผมเชื่อว่าคนเราต้องทำตัวให้เป็นน้ำไม่เต็มแก้ว ถ้าใครมีข้อแนะนำดีๆ ใครมีข้อติ โดยเฉพาะสิ่งที่เราควรฟังคือเรื่องข้อติมากกว่า จะได้มีการพัฒนา ผมเองที่มาอยู่ตรงนี้ได้เพราะผมทำตัวเป็นน้ำไม่เต็มแก้ว และไม่ได้เลือกได้ยินแต่เสียงที่ตัวเองอยากได้ยิน เสียงที่เราไม่อยากได้ยินอาจเป็นเสียงที่ประเสริฐที่สุด และนำมาพัฒนาแก้ไขปรับปรุง จะมาจากนายกฯทักษิณ นายกฯอานันท์ (นายอานันท์ ปันยารชุน) นายกฯชวน (นายชวน หลีกภัย) ถ้าเป็นเรื่องที่ผมคิดว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ผมก็น้อมรับไปแก้ไขปรับปรุง” นายเศรษฐา กล่าว
เมื่อถามว่านายกฯมีสัญญาใจอะไรกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “ผมเชื่อว่าเรื่องของใจต่อใจที่ผมมีกับนายกฯประยุทธ์ชัดเจน เราจุดมุ่งหมายเดียวกัน เพราะท่านฝากบ้านเมืองไว้ให้ผมในฐานะนายกฯคนที่ 30 ต่อจากท่านคนที่ 29 ก็ดูแลประชาชนให้ดีที่สุด”
นายกฯ กล่าวว่า วิธีการทำงานแน่นอน แบ็กกราวของแต่ละท่านก็แตกต่างกันไป ตนมาจากภาคธุรกิจ ท่านมาจากฝ่ายความมั่นคง แต่เชื่อว่าวิธีการหรือแนวทางอาจจะต่างกัน แต่จุดมุ่งหมายเดียวกัน ตนมั่นใจว่าท่านเองก็มีความปราถนาดีกับบ้านเมือง อย่างที่บอกเรื่องวิธีการทำงานเราอาจจะแตกต่างกันไป แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือจุดมุ่งหมาย