“วิษณุ” เผย คำชี้แจงนายกฯ ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ตรวจสอบ 3 ชั้น แจงทั้งข้อเท็จจริง-ข้อกฎหมาย รับครั้งนี้เข้มงวดเป็นพิเศษ อุบเปิดเผยรายละเอียด
เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 11 มิ.ย. 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กรณี 40 สว.ยื่นให้พิจารณาวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กรณีแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี เนื่องจากขาดคุณสมบัติ
นายวิษณุ กล่าวว่า ตนได้ตรวจดูแล้ว และส่งไปให้หน่วยงานต่างๆ ได้ดูด้วย เพราะมีหลายชั้น ตั้งแต่ยกร่าง ตรวจดู และสอบทาน รวมแล้ว 3 ชั้นก่อนที่จะส่งขึ้นไป โดยนายกฯ ระบุว่าส่งไปศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่วันศุกร์ที่ 7 มิ.ย.
ตนเป็นแค่คนตรวจเท่านั้น ไม่ได้ร่างเอง ทีมกฎหมายนายกฯ เป็นฝ่ายร่าง ตนถือเป็นคนหนึ่งที่ช่วยตรวจ ที่ผ่านมาก็ประชุมกัน ถ้าเห็นว่ามีอะไรที่ควรจะปรับปรุงก็ปรับกันไป บางทีตนก็ยอมเขา บางทีเขาก็ยอมตน
ผู้สื่อข่าวถามว่าถือว่าสมบูรณ์แล้วใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า สมบูรณ์หรือไม่ ตนไม่รู้ เพราะทำได้แค่นั้น
เมื่อถามว่าเท่าที่ดูศาลรัฐธรรมนูญจะขอคำชี้แจงเพิ่มหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า แล้วแต่ศาล สามารถทำได้ เช่น ศาลอาจบอกว่าที่คุณเขียนมาแบบนี้ ขอเอกสารหลักฐานมาดูหน่อย ปกติเราจะส่งเอกสารแนบไปอยู่แล้ว แต่บางทีเราอาจจะคิดว่าของแบบนี้ใครๆ ก็รู้ ซึ่งศาลอาจจะไม่รู้ก็ได้
เมื่อถามว่าสิ่งที่ชี้แจงไปถือป็นข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมาย นายวิษณุ กล่าวว่า ทุกข้อ ที่ผ่านมาทำตามกฎหมายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำตามขั้นตอนมาตลอด เคยทำกับรัฐมนตรีร้อยคนในอดีตอย่างไร ก็ทำแบบนั้น แต่ครั้งนี้ยอมรับว่าเข้มงวดเป็นพิเศษ
เมื่อถามอีกว่ามีข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายใหม่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ยังเปิดเผยอะไรไม่ได้ อยู่ในคำชี้แจงที่ส่งไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ส่งไปเป็นคำชี้แจงที่ฝ่ายกฎหมายให้คำแนะนำมาใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เขาร่างเสนอขึ้นมา เพราะเขาเป็นคนทำ นายกฯ ไม่ได้เป็นคนทำ ก็เอามาดูกัน ถ้าเห็นมันซับซ้อนวกวนก็ปรับปรุงแก้ไข ตัดออกบ้าง เพิ่มบ้าง
เมื่อถามว่าคำชี้แจงรวมเป็นฉบับเดียวหรือแยกทั้งในส่วนของนายกฯ และคณะกรรมการกฤษฎีกา นายวิษณุ กล่าวว่า รวมเป็นฉบับเดียวคือ ฉบับของนายกฯ ส่วนเอกสารมีกี่หน้ากี่ลังนั้น ตนตอบไม่ถูก จำไม่ได้ แต่เยอะพอสมควร