เว็บรัฐสภา เผยผลสำรวจ ประชาชนกว่า 60% โหวตคว่ำร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับประชาชน “ปดิพัทธ์” ไม่ทนสั่งสอบ IP address พิสูจน์ข้อครหา ใช้ไอโอ
เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2567 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเว็บไซต์รัฐสภา www.parliament.go.th เปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรมประชาชน พ.ศ. …. ที่เสนอโดย น.ส.พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษชนกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 36,723 คน ตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ
ซึ่งเปิดรับฟังตั้งแต่ 13 พ.ค. ถึงวันที่ 12 มิ.ย. ปรากฏว่ามีผู้ไม่เห็นด้วยถึง 64.66 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เห็นด้วยมีเพียง 35.34 เปอร์เซ็นต์
ทั้งนี้ ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว มีสาระสำคัญ คือ หลักการให้มีกฎหมายว่าด้วยนิรโทษกรรมประชาชนในคดีการเมือง หากนับจากความขัดแย้งภายหลังการบังคับใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับ พ.ศ.2540 มีการชุมนุมและแสดงออกทางการเมืองจนนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมและประชาชนหลายพันคน
โดยร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้กำหนดให้นิรโทษกรรมแก่การกระทำความผิดที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 2549 จนถึงวันที่พ.ร.บ.มีผลใช้บังคับ โดยมีคณะกรรมการนิรโทษกรรมประชาชนเป็นผู้วินิจฉัยการกระทำของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมืองหรือการแสดงออกทางการเมืองที่สมควรได้รับการนิรโทษกรรม เว้นแต่คดีตามร่างมาตรา 5 ซึ่งได้รับการนิรโทษกรรมโดยคณะกรรมการไม่ต้องพิจารณาวินิจฉัย ดังนี้
1.คดีความผิดตามประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือคำสั่งหัวหน้าคสช. 2.คดีพลเรือนที่ถูกดำเนินคดีในศาลทหารตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 37/2557 และฉบับที่ 38/2557 3.คดีตามฐานความผิดในมาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
4.คดีตามฐานความผิดในพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 5.คดีตามฐานความผิดในพ.ร.บ.ออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 6.คดีตามฐานความผิดที่เกี่ยวโยงกับคดีข้างต้น
ทั้งนี้ การกระทำของบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงหรือการสลายการชุมนุมที่เกินสมควรกว่าเหตุ หรือเป็นความผิดตามมาตรา 113 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ไม่ได้รับนิรโทษกรรม และหากการกระทำของบุคคลที่ได้รับนิรโทษกรรมตามพ.ร.บ.นี้ สร้างความเสียหายแก่บุคคล ซึ่งไม่ใช่องค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ ผู้เสียหายนั้นยังคงมีสิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งจากผู้กระทำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการเปิดรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์รัฐสภานั้น มีการตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของเว็บไซต์ เช่น สุ่มกรอกเลขบัตรประชาชน แต่ก็สามารถเข้าไปแสดงความเห็นได้ หรือเว็บไซต์ปิดรับการแสดงความเห็นแล้ว แต่จำนวนตัวเลขผู้ไม่เห็นด้วยยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีบางส่วนเป็น IO ที่เข้ามาโหวตเห็นด้วยในวันสุดท้ายของการเปิดโหวต
จากกรณีดังกล่าว ล่าสุด นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ทวีตข้อความผ่าน X หรือทวิตเตอร์ ระบุว่า “ผมได้สั่งการให้มีการตรวจสอบ IP address และความผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเว็บไซต์รับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายแล้วนะครับ จะแจ้งให้ทุกท่านทราบข้อเท็จจริงโดยเร็วครับ”
ผมได้สั่งการให้มีการตรวจสอบ IP address และความผิดปกติต่างๅที่เกิดขึ้นกับเว็บไซต์รับฟังความคิดเห็นตามร่างกฎหมายแล้วนะครับ จะแจ้งให้ทุกท่านทราบข้อเท็จจริงโดยเร็วครับ #พรบนิรโทษกรรม
— OngPadipat (@ongpadipat) June 13, 2024