“ชมรมคนรักศิลปวัฒนธรรม” เข้าสภาฯ ร้อง “กมธ.พัฒนาการเมือง” หนุนส่งประติมากรรม Golden Boy กลับบุรีรัมย์ อ้าง กระตุ้นเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ดีกว่า เดินสายขายผ้าขาวม้า

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 มิ.ย. 2567 ที่รัฐสภา นายวรา จันทร์มณี และนายสมเกียรติ ปัญญาใหญ่ ตัวแทนชมรมคนรักศิลปวัฒนธรรม เข้ายื่นหนังสือต่อนายฉัตร สุภัทรวณิชย์ สส.นครราชสีมา พรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อขอให้นำประติมากรรม Golden Boy กลับมาไว้ที่ จ.บุรีรัมย์ และขอให้พิจารณากำหนดนโยบายสร้าง Sofe Power ผ่านศิลปะ วัฒนธรรม

นายวรา กล่าวว่า Golden Boy ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นรูปสนองพระองค์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 ผู้สร้างปราสาทหินพิมาย มีศักดิ์เป็นอาของพระเจ้าสูรยวรมันที่ 2 ผู้สร้างปราสาทนครวัด ถูกขุดพบที่ปราสาทบ้านยางโป่งสะเดา ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เป็นเครื่องเชื่อมร้อยให้เราเห็นวิวัฒนาการของบ้านเมือง และวัฒนธรรมร่วมระหว่างพื้นที่ซึ่งปัจจุบันถูกแบ่งพรมแดนออกเป็นประเทศไทยและเขมรได้อย่างดี

Golden Boy สามารถทำให้เราเห็นความสัมพันธ์เชิงพื้นที่กว้าง เห็นการถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมระหว่างกันไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ตั้งแต่บ้านยางโป่งสะเดา ปราสาทหินพิมายปราสาทพนมรุ้ง เขาปลายบัด เขาอังคาร ปราสาทเมืองต่ำ ศรีเทพ ไปจนถึงปราสาทเบ็งเมียเลีย ปราสาทบาป่วน ปราสาทนครวัด ในกัมพูชา ล้วนเชื่อมโยงกันหมด

ถือเป็นทูตสันถวไมตรีชั้นดีที่จะเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ และยังจะเป็นตัวเอกในการเดินเรื่องให้รัฐบาลนำวัฒนธรรมมาส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคมผ่านการท่องเที่ยวและอื่นๆชมรมคนรักศิลปวัฒนธรรม ตนจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลนำ Golden Boy กลับบุรีรัมย์เพื่อไปสร้างความเจริญให้ท้องถิ่น โดยในส่วนที่กรมศิลปากรอ้างว่าจะเก็บไว้เพื่อการศึกษานั้น ศึกษาที่ไหนก็ได้

“การมายื่นของตนในครั้งนี้ถือเป็นแนวคิดนำร่อง ที่ควรนำโบราณวัตถุกลับไปไว้ที่เดิม ไม่อยากให้กระจุกรวมศูนย์อยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เท่านั้น เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ดีกว่าไปเดินสายขายผ้าขาวม้า“นายวรากล่าว

ร้อง “กมธ.พัฒนาการเมือง” หนุนส่งประติมากรรม Golden Boy กลับบุรีรัมย์

ร้อง “กมธ.พัฒนาการเมือง” หนุนส่งประติมากรรม Golden Boy กลับบุรีรัมย์

นายวรา กล่าวว่า ทางกมธ.จะรับเรื่อง ไปพิจารณา เมื่อมีการพูดถึงการพัฒนาเศรษฐกิจโซนอีสานใต้ ที่มีความเชื่อมโยงวัฒนธรรมจุดนี้น่าจะเป็นต้นทุนที่จะส่งเสริมนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เชื่อว่าจะสามารถต่อยอดเศรษฐกิจให้มีการแข่งขันกัน

และตอกย้ำจุดยืนรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่สืบต่อมานาน และเป็นจุดที่คนไทย และต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวจะได้เห็นประวัติศาสตร์ที่มีความชัดเจนขึ้นเนื่องจากมีหลักฐานและวัตถุพยาน ตามจังหวัดต่างๆควรจะมีวัตถุโบราณอยู่ตามพื้นที่นั้น อยากให้รัฐบาลพิจารณาในเรื่องดังกล่าว

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน