เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลีย สมัยพิเศษ ปี 2018 ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย วันที่ 17-19 มี.ค.2561 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ได้ร่วมถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึกร่วมกับผู้นำประเทศที่เข้าร่วมการประชุม ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ

โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียน – ออสเตรเลีย สมัยพิเศษ 2018 ณ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย จะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการรายงาน เมื่อเวลา 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ร่วมหารือทวิภาคี กับนายมัลคอล์ม เทิร์นบูลล์ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติ นครซิดนีย์ โดยถือเป็นการพบปะหารืออย่างเป็นทางการครั้งแรกระหว่างนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ประเทศ หลังจากที่ว่างเว้นการหารืออย่างเป็นทางการมากว่า 5 ปี

พล.อ. ประยุทธ์กล่าวชื่นชมออสเตรเลียที่ริเริ่มในการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน – ออสเตรเลียในครั้งนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าออสเตรเลียให้ความสำคัญและมุ่งมั่นส่งเสริมความสัมพันธ์กับอาเซียน ทั้งนี้ไทยตระหนักดีถึงสถานการณ์ในภูมิภาคที่มีความเปลี่ยนแปลง จึงเห็นว่าอาเซียนและออสเตรเลีย ควรร่วมมือกันศึกษา พัฒนาทางเลือกต่างๆในการดำเนินความสัมพันธ์ และดำเนินการเพื่อให้เกิดดุลยภาพทาง ยุทธศาสตร์แบบใหม่ ซึ่งไทยพร้อมสนับสนุนข้อริเริ่มของออสเตรเลีย โดยเฉพาะด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ ความมั่นคงทางไซเบอร์ และการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไทยเห็นว่าควรใช้โอกาสนี้ในการเปิดโฉมใหม่ของหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อาเซียน-ออสเตรเลีย เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างกันและช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรม และการเจริญเติบโตที่ยั่งยืนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งไทยพร้อมที่จะผลักดันความร่วมมือให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ในฐานะที่ไทยจะเป็นประธานอาเซียนในปีหน้า ทั้งนี้สำหรับความสัมพันธ์ไทย-ออสเตรเลียนั้น มีพัฒนาการที่ดีมาโดยตลอด โดยความสัมพันธ์จะครบรอบ 70 ปี ในปี พ.ศ. 2565 ซึ่งเป็นปีที่ไทยจะดำรงตำแหน่งประธานเอเปค ขณะเดียวกันเห็นว่าไทย-ออสเตรเลียควรจะร่วมส่งเสริมความร่วมมือในด้านที่ทั้งสองมีประโยชน์ร่วมกัน โดยใช้ช่องทางเดิมที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์มากขึ้น ทั้งนี้ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนถือเป็นรากฐานความสัมพันธ์ที่สำคัญ ผ่านการท่องเที่ยวและการศึกษา

นายกรัฐมนตรีไทยยังได้กล่าวเชิญนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียเยือนไทยอย่างเป็นทางการในโอกาสที่เหมาะสม หลังจากที่ได้เคยเยือนไทยอย่างเป็นทางการมานานกว่า 20 ปีแล้ว พร้อมฝากดูแลคนไทยในออสเตรเลีย กว่าแสนคน และนักศึกษากว่า 15,000 คน รวมถึงข้อเสนอของนักธุรกิจไทยที่ขอให้ออสเตรเลียอำนวยความสะดวกด้านการค้าการลงทุนต่างๆ อาทิ พลังงาน และการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงการออกวีซ่า ซึ่งนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียรับทุกข้อเสนอไว้พิจารณา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน