วานนี้ (16 มีนาคม) นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊กแสดงความเห็น กรณี นายปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ในฐานะ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) ที่ให้สัมภาษณ์ประเด็นการเมืองเรื่องการเลือกตั้ง ระบุว่า คสช.ไม่สามารถยุบได้ตามคำร้องของกลุ่มอยากเลือกตั้ง จำเป็นต้องอยู่ในอำนาจเพื่อดูแลความสงบช่วงเลือกตั้ง
โดยนายจาตุรนต์ ระบุว่า
“ยุบคสช.แล้ว ใครจะดูแลความเรียบร้อย” “ประโยคทอง” จากนักวิชาการด้านความมั่นคงประโยคนี้ เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ แต่เป็นการบ่งบอกถึงบทสรุปรวบยอดหรือผลึกของตรรกะเหตุผลที่คสช.ใช้อ้างถึงความจำเป็นในการยึดอำนาจและอยู่ในอำนาจมาตลอดเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มว่า จะใช้เพื่ออยู่ต่อไปอีกนาน
ถ้ามีแต่คสช.เท่านั้นที่ดูแลความเรียบร้อยได้ ก็คงต้องถามว่า คสช.จะต้องอยู่กับประเทศนี้ไปอีกนานเท่าไหร่ ชั่วนิจนิรันดรเลยหรืออย่างไร
ในเมื่อรัฐธรรมนูญก็มีแล้ว กฎหมายต่างๆก็ออกกันมามากมายแล้ว ปฏิรูปประเทศก็ทำกันมาเกือบ 4 ปีแล้ว เหตุใดกลไกต่างๆของบ้านเมืองก็ยังไม่สามารถดูแลความเรียบร้อยได้เสียที ยังต้องอาศัยคสช.แบบขาดไม่ได้อยู่อีก จากนี้ไปจนถึงวันเลือกตั้งและมีรัฐบาลใหม่ ยังจะมีการสร้างระบบกลไกอะไรที่เข้มแข็งทรงประสิทธิภาพอีกมากมายหรืออย่างไร พอบอกกันได้มั้ย ?
ถ้าไม่สามารถตอบได้ว่า จากนี้ไปจะมีทีเด็ดอะไรที่จะทำให้กลไกต่างๆของรัฐสามารถดูแลความเรียบร้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าที่เป็นอยู่ จะไม่หมายความว่า แม้มีรัฐบาลหลังการเลือกตั้งแล้ว ประเทศนี้ก็ยังอาจจำเป็นต้องมีคสช.อยู่ต่อไปอีกหรอกหรือ ?
ความจริงเรื่องจำเป็นต้องมีคสช.เพื่อดูแลความเรียบร้อยของบ้านเมืองนี้ ถูกใช้เป็นข้ออ้างมาตลอด ผู้ที่อ้างบ่อยที่สุดเป็นประจำ ก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร แต่ความวุ่นวายไม่เรียบร้อยในอดีต เกิดขึ้นได้อย่างไร? เหตุใดกลไกของรัฐ รวมทั้งกองทัพที่ตอนนั้น มีพล.อ.ประยุทธ์เป็นผบ.ทบ. จึงไม่สามารถทำให้เกิดความสงบเรียบร้อยได้ ทำไมต้องเข้ายึดอำนาจเสียก่อน จึงจะทำให้เกิดความเรียบร้อยได้ ไม่ค่อยมีการพูดกัน
เมื่อยึดอำนาจแล้วบอกว่า จะมาทำให้บ้านเมืองสงบและจะมาปฏิรูปประเทศ ก็ควรจะหมายความว่า จะทำให้บ้านเมืองมีกฎกติกา มีระบบกลไกที่สามารถดูแลความสงบเรียบร้อยได้โดยไม่ต้องอาศัยกำลังกองทัพเข้ายึดอำนาจ เพื่อดูแลความเรียบร้อยอีก
แต่นี่กลายเป็นสร้างเงื่อนไข จนทำให้ประเทศเหมือนตกอยู่ในสภาพที่เสพติดคสช. เสพติดการใช้กำลังทหาร อาวุธและความรุนแรงในการดูแลความเรียบร้อย ชนิดที่ขาดไม่ได้ ซึ่งหมายความว่า บ้านเมืองเราจะต้องปกครองกันแบบอนารยะเรื่อยไปไม่มีที่สิ้นสุด
ความวุ่นวายก่อนการรัฐประหารนั้น มีการสร้างเงื่อนไขให้เกิดขึ้นเพื่อเป็นข้ออ้างในการทำรัฐประหาร เมื่อรัฐประหารมาแล้วก็ยังใช้เป็นข้ออ้างในการอยู่ในอำนาจนานๆ และเมื่อบริหารปกครองมาเกือบ 4 ปีแล้ว ก็ยังไม่ได้ลดเงื่อนไขที่จะใช้เรื่องความวุ่นวายเป็นข้ออ้างที่คสช.จะอยู่ในอำนาจต่อไปอีก
ด้วยตรรกะเหตุผลที่คสช.และพวกใช้อยู่นี้ ตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากสรุปว่า แม้มีเลือกตั้งและมีรัฐบาลใหม่แล้ว ประเทศไทยก็จะยังอยู่ในสภาพที่มีการอ้างได้ต่อไปไม่สิ้นสุดว่า การจะดูแลความเรียบร้อยในบ้านเมืองยังจำเป็นต้องอาศัยอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของกองทัพ หรือผู้ที่สามารถสั่งกองทัพได้อย่างคสช.เท่านั้น
นี่หรือขอเวลาอีกไม่นาน ?
(อ่านข่าว : ‘ปณิธาน’ ถามกลับคนอยากเลือกตั้ง “ยุบ คสช. แล้วใครจะดูแลความเรียบร้อย?”)