ผู้ตรวจฯยื่นศาลรธน.วินิจฉัยคำสั่งคสช.ที่53/2560 ปมยืนยันสมาชิก-ประชุมเลือกกก.บห. 90 วันหลังปลดล็อก ขัดรธน.หรือไม่

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงภายหลังการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ที่ประชุมมีมติให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าคำสั่งคสช.ที่ 53/2560 เรื่องการดำเนินการตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ตามที่พรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยยื่นคำร้อง เนื่องจากหลังผู้ตรวจฯได้รับคำร้องและมี 2 หน่วยงานคือ สนช. และกกต. ยื่นคำชี้แจงมา แต่หัวหน้าคสช.ไม่ได้ส่งคำชี้แจงมา ซึ่งเมื่อพิจารณาคำชี้แจงประเด็นที่มีการร้อง เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสียหายและได้รับความเดือดร้อนโดยตรง คสช.มีอำนาจในการออกคำสั่งคสช.ดังกล่าว คำสั่งดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมาย แต่เนื้อหาของคำสั่งที่ 53/2560 ที่มีการแก้ไขแนวปฏิบัติของพรรคการเมืองตาม มาตรา 140 และมาตรา 141 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง

โดยมาตรา 140 เกี่ยวกับการให้สมาชิกพรรคที่ประสงค์จะยังคงเป็นสมาชิกพรรคต่อไปยืนยันตนเองพร้อมแสดงหลักฐานมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามต่อหัวหน้าพรรคภายใน 30 หากพ้นกำหนดไม่มีการยืนยัน ให้ถือว่าพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคนั้น เป็นการรอนสิทธิของสมาชิกพรรค และเพิ่มภาระให้กับสมาชิก และมีระยะเวลาดำเนินการกระชั้นชิด และที่แก้ไขมาตรา 141 (4)เกี่ยวกับการจัดประชุมใหญ่เพื่อแก้ไขข้อบังคับ จัดทำคำประกาศอุดมการณ์ทางการเมือง เลือกหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค (5) เกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ให้ครบถ้วนตามที่ พ.ร.ป.พรรคการเมืองกำหนดภายใน 90 วัน และกกต.สามารถขยายได้ครั้งหนึ่ง แต่หากครบเวลาแล้วพรรคไม่สามารถดำเนินการได้ให้พรรคการเมืองนั้นสิ้นสภาพไป โดยการดำเนินการดังกล่าวให้ทำเมื่อมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งคสช.ที่ 57/2557 และคำสั่งคสช.ที่ 3/2558 แล้ว เป็นการสร้างภาระให้แก่พรรคการเมืองเกินสมควร จึงเห็นทั้ง 2 ประเด็นเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 25 ,26,27 ประกอบมาตรา 45 ซึ่งผู้ตรวจฯจะยื่นคำร้องและหลักฐานต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันนี้

นายรักษเกชา กล่าวอีกว่า แม้ผู้ตรวจฯจะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ถ้ายังไม่คำวินิจฉัยออกมา ในวันที่ 1 เม.ย. พรรคการเมืองก็ยังคงต้องปฏิบัติตามคำสั่งคสช.ที่ 53/ 2560 ไปก่อนเพราะการออกคำสั่งดังกล่าวมีกฎหมายรองรับถูกต้องและเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เมื่อยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ก็ต้องปฏิบัติตาม เมื่อถามว่า การที่ผู้ตรวจฯมีมติเช่นนี้ จะทำให้มีปัญหากับคสช.หรือไม่ นายรักษเกชา กล่าวว่า เราปฏิบัติไปตามหน้าที่ ที่ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งเราเห็นว่าคำสั่งคสช.ออกโดยชอบด้วยกฎหมาย เพียงแต่มีปัญหาในเนื้อหาที่ขัดรัฐธรรมนูญกระทบต่อการปฏิบัติเท่านั้น ส่วนหลังจากนี้ถ้าคสช.มีการแก้ไขคำสั่งคสช.ที่ 53/2560 ก็เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้วินิจฉัย

บทความก่อนหน้านี้ทึ่งเณรน้อย 8 ขวบ เมืองอุบลฯ ความจำเป็นเลิศท่องแปลบทสวดภาษาบาลีได้อย่างคล่องแคล่ว
บทความถัดไปก็คนมันไม่เคย! ‘น้าอ่ำ’รับสุดกดดันหลังรับเผือกร้อนคุมทัพ ‘บีจี’ ครั้งแรก