วันที่ 2 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 53/2560 ว่า หากศาลมีคำวินิจฉัยออกมาอย่างไรจะมีผลผูกมัดผู้เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตาม
รองนายกฯ กล่าวว่า ส่วนข้อขัดข้องที่บางฝ่ายยกขึ้นมาจากคำสั่งดังกล่าวนั้น มีการหารือเป็นระยะ และก่อนที่กกต. จะเรียกพรรคมาชี้แจงเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่าง กกต. รัฐบาล และคสช. และพบส่วนที่น่าจะเป็นปัญหาอยู่จริงในการปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้า คสช. โดยได้คิดกันไว้ว่าเมื่อถึงจุดหนึ่งที่รวบรวมข้อสงสัยได้ชัดเจนอาจจะต้องแก้ไข เช่น การประชุมใหญ่ของพรรคที่ต้องมีหัวหน้าพรรคและตัวแทนสาขาเข้าร่วม ซึ่งบางพรรคยังไม่มีตัวแทนสาขา เป็นข้อขัดข้องที่ต้องแก้ไข โดยคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ยกร่างเตรียมไว้ก่อนแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะมีการปรับแก้เมื่อใด ถ้ามีจะต้องผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม คสช.ก่อน
รองนายกฯ กล่าวว่า ส่วนการยื่นศาลตีความร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.นั้น แม้จะมีเวลายื่นได้ถึง 12 เม.ย. แต่คงไม่รอให้ถึงสิ้นสุด หากจะส่งศาลควรทำโดยเร็ว เพื่อจะได้รีบพิจารณาวินิจฉัย และแม้นายกฯ จะไม่ได้ส่งร่างกลับไปสนช. แต่สมาชิก สนช.สามารถเข้าชื่อยื่นต่อศาลได้ในกรอบเวลา 25 วัน ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลจะกระทบต่อโรดแม็ปนั้น ยืนยันไม่กระทบ เพราะมีวิธีบริหารจัดการ แต่ตนยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้
“เอาเป็นว่าใครเตรียมจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็ไปเตรียมหาเสียงให้ทันการเลือกตั้งในเดือน ก.พ.2562 แล้วกัน อย่างอื่นคนอื่นจะช่วยจัดการให้ ท่านไม่ต้องจัดการอะไร ถ้ามัวแต่นั่งกังวลสงสัยว่าจะเลื่อนเลือกตั้งหรือเปล่า เลยยังไม่หาเสียง หรือยังไม่ได้ตัดสินใจลาออกจากราชการ เดี๋ยวจะไม่ทัน รัฐบาลจะพูดเรื่องโรดแม็ปต่อเมื่อต้องเลื่อนแล้ว ถ้ายังไม่เลื่อนก็ยังเป็นไปตามโรดแม็ป”นายวิษณุ กล่าว