รัฐมนตรี ลั่นพร้อมดูแลเกษตรกรทั่วประเทศ ภายใต้งบประมาณที่จำกัด โต้ฝ่ายค้านยันราคาสินค้าเกษตรไม่ได้ตกตํ่า บอกเห็นด้วยกับ ชัยชนะ รับงบฯกระทรวงยังไม่เพียงพอ
วันที่ 21 มิ.ย.2567 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 วงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท วันที่สาม ซึ่งเป็นวันสุดท้าย
เมื่อเวลา 12.47 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 1.25 แสนล้านบาท เพื่อดูแลเกษตรกร 30 ล้านคนทั่วประเทศ คิดเป็นเงินดูแลเกษตรกร 3,386 บาทต่อหัวต่อปี หรือเดือนละ 282 บาท ถือว่าน้อยมากภายใต้ข้อจำกัดของงบประมาณ เราต้องทำเกษตรยุคใหม่ จำเป็นต้องจำแนกเกษตรกรเป็นกลุ่ม
ขณะที่นโยบายรัฐ จะแจกงบฯ แบบตัดเสื้อโหลไม่ได้เด็ดขาด ภายใต้งบฯ ที่จำกัดเราต้องเดินหน้าต่อด้วยการสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรโดยพึ่งพารัฐให้น้อย นอกจากนี้ ความแปรปรวนสภาพภูมิอากาศ และด้านการค้า กระทบต่อเกษตรกรกลุ่มเปราะบาง สิ่งเหล่านี้ตนตระหนักดีจึงให้ความสำคัญภาคการเกษตรยิ่งกว่าภาคอื่นๆ
ขณะที่เรื่องที่ดินต้องมีการแก้กฎหมาย เพราะแม้จะจัดสรรงบประมาณอย่างไร แต่หากไม่แก้กฎหมายก็เหนื่อย ส่วนปัญหาการเลี้ยงโคนมที่ผู้เลี้ยงมีจำนวนลดลง มาจากปัญหาโรคระบาด ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ รวมถึงต้นทุนอาหารสัตว์แพง ก็ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ภายใต้งบประมาณที่จำกัด ตนยืนยันว่า จะพยายามแก้ปัญหาตามที่สมาชิกทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ได้สะท้อนออกมาเพื่อดูแลเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง
ด้านนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรฯ ตอบข้อซักถามของฝ่ายค้านว่า ในเรื่องพื้นที่เผาไหม้ที่มาจากพื้นที่การเกษตรเป็นส่วนใหญ่ แม้จะมีปัญหาอยู่ แต่ข้อมูลจากดาวเทียมจิสด้า ระบุว่าจุดความร้อนลดลงจากปีที่แล้ว 10 เปอร์เซ็นต์ ยืนยันว่า กระทรวงเกษตรฯ มีแนวทางและมาตรการที่ชัดเจน ตามที่ได้แถลงไว้ใน ignite thailand
นายอรรถกร กล่าวว่า ส่วนที่น.ส.ศนิวาร บัวบาน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ถามถึงการเยียวยาเกษตกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ที่จ.นราธิวาส ขอชี้แจงว่า กระทรวงเกษตรฯ และรัฐบาล ได้เดินหน้าเยียวยาเกษตกรด้านพืช 764 ราย ด้านประมง 419 ราย ด้านปศุสัตว์ 447 ราย ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวมเกือบ 30 ล้านบาท
ส่วนที่ตั้งข้อสงสัยเรื่องทุเรียนไม่ออกดอก ขอชี้แจงว่า ทุเรียนเป็นพืชที่ต้องการนํ้า ดังนั้น การบริหารจัดการนํ้า เป็นสิ่งที่กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญอย่างดี เพื่อเพิ่มมูลค่าการเกษตรให้กับเกษตกร
นายอรรถกร กล่าวอีกว่า ส่วนที่นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นห่วงเรื่องราคาสินค้าเกษตรตกตํ่า ยืนยันว่า ราคาสินค้าเกษตรเกือบทุกตัว ปรับสูงขึ้นในปีที่ผ่านมา และยังเชื่อมั่นแนวทางการทำเกษตรที่แม่นยำ
นายอรรถกร กล่าวอีกว่า งบของกระทรวงเกษตรฯ 120,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่กว่า 70 เปอร์เซ็นต์เป็นงบลงทุน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาให้กับประชาชน ดังนั้น ตนเห็นด้วยกับนายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ที่ให้ความเห็นว่า งบประมาณของกระทรวงเกษตรฯ ได้รับการจัดสรรไม่พอ