ยุทธพร คาด สละสิทธิ์-ถอนตัวอะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่ไม่น่าถึงขั้นโมฆะ เห็นด้วย 20 กลุ่ม ‘เลือกแบบปาร์ตี้ลิสต์’ ชงปลายทาง ‘สภาเดี่ยว’ หนุน สภาประชาชน
เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2567 ที่ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี นายยุทธพร อิสรชัย คณบดีสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ให้สัมภาษณ์ระหว่างการมาสังเกตการณ์การเลือก สว.ระดับประเทศว่า ในเรื่องการฮั้วให้มาโหวตใคร เป็นสิ่งที่ กกต.จะต้องหาหลักฐาน หากจะดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่มีหลักฐาน สุดท้ายเรื่องทั้งหมดจะถูกส่งไปที่ศาลฎีกา และกกต.เอง อาจกลายเป็นผู้กระทำความผิด ตามมาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบได้ ดังนั้น กกต.ต้องระมัดระวัง ต้องมีหลักฐานดำเนินการ
เมื่อถามว่าการเลือก สว.ครั้งนี้ มีความเข้มข้นอย่างมาก ด้วยอำนาจของ สว.ในการเลือกองค์กรอิสระ ทำให้เกิดการตั้งค่าหัว บล็อกโหวต สูงถึง 1-2 ล้านบาท ส่วนตัวมองอย่างไร นายยุทธพรกล่าวว่า เรื่องเหล่านี้ ถูกพูดถึงอย่างมาก ในเรื่องการฮั้ว การจ่ายเงิน แต่เรื่องของพยานหลักฐาน เป็นสิ่งสำคัญ หากไม่มีกระบวนการดำเนินคดี ถึงแม้จะถูกส่งไปชั้นศาล แต่สุดท้าย กกต.จะกลายเป็นผู้กระทำผิดเสียเอง
ดังนั้น การเชื่อมต่อระหว่าง กกต. กับภาคประชาสังคม เป็นโจทย์ที่ใหญ่มาก ให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่จะไปดำเนินการต่างๆ ได้มากขึ้น
เมื่อถามว่ามองว่าหลังจากนี้จะมีการสละสิทธิ์ เกิดขึ้นหรือไม่ นายยุทธพรกล่าวว่า เป็นไปได้ หากสุดท้ายมีผู้ที่ไม่พึงประสงค์ที่จะเป็น สว.แต่ได้รับคัดเลือกเข้าไป เขาอาจสละสิทธิ์ ซึ่งก็เป็นสิทธิ์ของเขา เราไม่สามารถห้ามได้
“แม้บางส่วนอาจมองว่าเป็นการสละสิทธิ์ ที่จะทำให้อีกคนหนึ่งได้ หรือสละสิทธิ์เพราะฮั้วกันมา ได้รับคำสั่งกันมาก็เป็นสิทธิ์ของเขา เราคงไม่สามารถไปห้ามได้ ว่าคนที่ได้รับเลือกแล้ว ห้ามลาออก เราห้ามไม่ได้ แม้ปัจจุบันคนที่เป็น สส. หรือ สว.ในอนาคต จะไปบอกเขาว่า ห้ามลาออก ก็ทำไม่ได้ เพราะเป็นช่องว่างทางกฎหมายที่เราก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการออกแบบวิธีการ หรือระเบียบอะไรให้มันครอบคลุมได้ทั้งหมด” นายยุทธพรกล่าว
เมื่อถามว่ามองภาพรวมการเลือก สว.ในวันนี้ เป็นอย่างไรบ้าง นายยุทธพรกล่าวว่า การเลือก สว.วันนี้เป็นไปได้ด้วยดี ในแง่ของการบริหารจัดการของ กกต.เราไม่พบอะไรที่เป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้เกิดเรื่องของประเด็นที่นำไปสู่การเลือกที่เป็นโมฆะ
การเลือก สว.ระดับอำเภอ และระดับจังหวัด ก็ไม่ได้พบอะไรที่เป็นปัญหาอย่างมาก มีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งต้องมีเกิดขึ้นอยู่แล้วในการทำงาน แต่โดยภาพรวม ถือว่าบริหารจัดการได้ดีภายใต้กติกาที่ซับซ้อนแบบนี้ กกต.สามารถทำให้ภาพออกมาได้ในเชิงปฏิบัติ ก็ถือว่าใช้ได้
ส่วนบ่ายนี้ จะมีคนสละสิทธิ์หรือไม่นั้น ก็มีความเป็นไปได้เช่นเดียวกัน เกิดขึ้นได้ทั้งหมด ทั้งสละสิทธิ์หรือถอนตัว เป็นไปได้ในทุกรูปแบบ ถ้ามีคนสละสิทธิ์จำนวนมาก อันนี้มีความเป็นไปได้ว่าผิดปกติ แต่ถ้ามีคนสละสิทธิ์ในระดับหนึ่ง แม้จะฮั้ว หรือได้รับใบสั่งกันมาหรือเปล่า ก็เป็นสิทธิ์ของเขา เป็นเรื่องปลายทางแล้ว
“เรื่องที่เป็นต้นทาง มันคือกระบวนการในการออกแบบเรื่องของ สว. ต้องกลับไปสู่โจทย์แรกที่สำคัญที่สุดว่า สว.นั้น มีไว้ทำไม ถ้าเราตอบได้ว่า ส.ว.มีไว้ทำไม จะนำไปสู่กระบวนการออกแบบ ที่มา อำนาจ ที่ละเอียดและรอบคอบมากกว่านี้” นายยุทธพรกล่าว
นายยุทธพรกล่าวต่อว่า วันนี้ก็มีแนวทางที่มีการพูดกัน คือการเลือก สว.ครั้งหน้า ให้ใช้ระบบบัญชีรายชื่อ สำหรับ สว. 20 กลุ่ม เป็นปาร์ตี้ลิสต์ระดับประเทศเลย ให้ประชาชนเลือกกันโดยตรง ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง หรืออีกทางเลือกหนึ่งซึ่งตนสนับสนุนทางเลือกที่ 2 นี้มากกว่า นั่นคือ การไปสู่สภาเดี่ยว มีเพียงแค่ สส.อย่างเดียว ไม่จำเป็นต้องมีวุฒิสภากันอีก
ขณะเดียวกัน ควรไปส่งเสริมกลไกตรวจสอบ ภาคประชาชนอย่างอื่นมากกว่า เช่น สภาตรวจสอบภาคพลเมือง หรือสภาตรวจสอบภาคประชาชน โดยการสุ่มบรรดาผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เปลี่ยนตัวทุก 3 เดือน
“ไม่ต้องให้อยู่ยาว 5 ปีเหมือน สว. ไม่ต้องให้สิทธิ์พิเศษ หรืออภิสิทธิ์อะไรต่างๆ กระบวนการตรงนี้ ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางตรงในการตรวจสอบ และส่งเสริมรัฐและการเรียนรู้ทางการเมืองให้กับประชาชนทางตรงได้โดยไม่ต้องมี สว. ซึ่งสภาตรวจสอบภาคพลเมือง มีในหลายประเทศ ในแคนาดา เกาหลีใต้ เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่ไม่จำเป็นต้องมีระบบสภาคู่ก็ได้” นายยุทธพรกล่าวทิ้งท้าย