เพื่อไทย ชี้ อดีตนายกฯ “สมชาย” ตกรอบ สว. สะท้อนชัด รัฐบาลไม่ยุ่ง-แผนกินรวบฮุบสภาสูงไม่มีอยู่จริง “จุลพันธ์” มอง กระบวนการเลือก สว. ต้องแก้ไข
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 มิ.ย. 2567 ที่รัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวถึงผลการเลือก สว. จำนวน 200 คน ซึ่งปรากฏว่านายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ตกรอบในการเลือก สว. ระดับประเทศ ว่า กลไกในการได้มาซึ่งสว.ในครั้งนี้เป็นที่ถกเถียงกันในสังคม
แต่อยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะผู้กำกับต้องพิสูจน์ พิจารณาในเรื่องรายละเอียดต่างๆ ว่า กระบวนการ ขั้นตอน เป็นไปโดยชอบหรือไม่ และถ้าใครมีหลักฐานที่ต้องนำสืบ นำแจ้ง จะต้องดำเนินการตามนั้น ซึ่งคนที่ต้องดำเนินการโดยหลักคือ กกต. ทั้งนี้ เราไม่ได้อยู่ในห้องประชุมที่มีการเลือกสว. แต่เห็นแล้วว่าข้ามวันข้ามคืนก็ดูเป็นกระบวนการที่ค่อนข้างขลุกขลัก
สำหรับกรณีที่นายสมชาย ตกรอบเลือก สว. ในการเลือกรอบไขว้ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือแทรกแซงในกระบวนการ เพราะนายสมชายไม่ได้สมัครในนามพรรคเพื่อไทย และตอนสมัครก็ไม่ได้บอกใคร ดำเนินการเองทุกขั้นตอน ตนจึงได้แต่เชียร์ในใจ ในฐานะคนรู้จักกัน แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการอะไร ปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอน แต่จะมีกระบวนการอะไรที่ผิดปกติหรือไม่ก็ต้องปล่อยให้กกต.ไปพิสูจน์กันเอง
ส่วนควรตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนประกาศรับรอง สว. ทั้ง 200 คน ในวันที่ 2 ก.ค. หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า แน่นอน เพราะเป็นเรื่องปกติที่จะต้องมีกระบวนการตรวจสอบการได้มาซึ่งตัวแทนของประชาชนอยู่แล้ว โดยจะต้องมีมาตรฐานเดียวกันอย่างเข้มงวด แต่หากจะรับรองไปก่อนแล้วสอยทีหลัง มองว่าเป็นอำนาจของกกต.ที่จะดำเนินการ
ซึ่งหากจะย้อนกลับไปในจุดเก่า โดยปล่อยให้สว.ชุดเก่ารักษาการต่อ ส่วนตัวคิดว่าไม่เหมาะสม จึงต้องเดินหน้าไปเรื่อยๆ ดังนั้น ขอแสดงความยินดีกับสว.ชุดใหม่ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ และขอให้พิสูจน์ตัวเองในการทำงานด้วย เพราะกลไกตามรัฐธรรมนูญครั้งนี้สร้างความสงสัยให้กับประชาชน จะได้ร่วมกันเดินหน้าประเทศไทยต่อไป
เมื่อถามว่ากระบวนการเลือกสว.ควรจะแก้ไขหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าควรแก้ เพราะกลไกการเลือกทำความเข้าใจได้ยาก ทั้งที่การเข้าถึงประชาธิปไตยควรจะมีความโปร่งใส เป็นธรรม และเท่าเทียมกันทุกคน จึงควรทำให้เป็นกระบวนการที่ง่ายกว่านี้
“ฉะนั้น ขอยืนยันว่ารัฐบาลจะเดินหน้าในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไป เพื่อให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีความเป็นธรรม รวมถึงมีความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น” นายจุลพันธ์ กล่าว
ส่วนเมื่อได้สว.ชุดใหม่แล้ว จะทำให้ง่ายต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะเป็นอุปสรรคหรือเป็นเครื่องมือในการผลักดันแก้ไขกฎหมาย เพราะต้องดูแนวความคิดของสว.ชุดใหม่ และประชุมร่วมกันก่อน ซึ่งทุกคนมีอิสระเป็นของตัวเองอยู่แล้ว จะไปก้าวก่ายไม่ได้
ด้าน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ร่วงตกรอบไม่ได้เป็นสว. ว่า ถ้าจำได้ตนเคยให้สัมภาษณ์ยืนยันไม่มีแผนกินรวบยึดสภาสูง ไม่มีการล็อกผล เพื่อให้นายสมชายได้เป็นประธานวุฒิสภาตามที่มีความพยายามมโนกันไป
นายสมชายไม่ได้เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับพรรคเพื่อไทย และกฎหมายก็เขียนไว้ชัดว่า ห้ามพรรคการเมืองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการได้มาซึ่งสว.โดยเด็ดขาด นายสมชายเข้าสู่กระบวนการเลือกสว.ด้วยตัวเองอย่างตรงไปตรงมา
ส่วนกระบวนการในการได้มาซึ่งสว.ครั้งนี้ มีกลุ่มการเมืองใดเข้าไปยุ่งเกี่ยว มีการฮั้วเลือกตั้งหรือไม่ เป็นหน้าที่ของ กกต. จะต้องไปดำเนินการตรวจสอบต่อไป
“กระบวนการในการได้มาซึ่งสว.ครั้งนี้ ยึดโยงและสะท้อนตามเจตนารมณ์ของประชาชนหรือไม่ ต้องแก้ไขเพิ่มเติมส่วนใดหรือไม่ ต้องฟังเสียงของประชาชนเป็นสำคัญ” นายอนุสรณ์ กล่าว