“พิธา” จี้ กกต. ตอบข้อสงสัย ทั้งระบบ-ปัจเจก การเลือกสว. เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับมา บอกเร็วไป จะตราหน้าคนไหนสนับสนุนแก้รธน. เหตุยังไม่ได้รับรอง

29 มิ.ย. 67 – ที่เดอะมอลล์บางกะปิ กทม. พรรคก้าวไกลนำโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อและประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดใหม่ทั้ง 200 คน ว่า

เป็นเรื่องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ต้องตอบในแง่ของระบบ และในแง่ของปัจเจก เพราะประชาชนหรือแม้กระทั้งผู้สมัครสว.เอง ก็มีความสับสน ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าทั้งวุฒิ ประสบการณ์ตรงกันหรือไม่ แต่เรื่องที่ต้องแยกให้ชัด

หากเป็นเรื่องของสส.มาจากประชาชน ประชาชนเป็นคนเลือกก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เจตจำนงของสว. ที่ต้องการให้เป็นตัวแทนของสาขาอาชีพ ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ และไม่ได้เป็นการดูถูกเหยียดหยามแต่อย่างใด

แต่เป็นการตรวจสอบเพื่อให้เห็นว่า ตรงตามเจตนารมย์ของสว.ชุดนี้หรือไม่ ที่ต้องการให้เป็นตัวแทนของสาขาอาชีพ ทั้งในเรื่องระบบที่ผ่านมา ว่ามีการจัดตั้งหรือไม่ เรื่องนี้กกต.ต้องมีคำตอบ

แต่ในขณะเดียวกันในเรื่องของบุคคล ก็ต้องรีบออกมาให้คำตอบเพื่อให้เกิดความมั่นใจไม่เช่นนั้น จะกระทบกับความเชื่อมั่น ของกกต.เองซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง ทั้งในแง่ของที่มาและผลลัพธ์

เมื่อถามถึงอุปสรรคจะสมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่ ที่จะเกิดขึ้นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น คงเร็วไปที่จะไปตราหน้าว่าคนไหนสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่แก้ ต้องให้โอกาสเขาชี้แจงกับประชาชน ตอนนี้เร็วไปตรงที่ กกต.เองก็ยังไม่รับรองคุณสมบัติของผู้สมัคร เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะเรียกร้องความเชื่อมั่นของตัวเองขึ้นมา

ตนเห็นทางเลขาฯ มาชี้แจงเป็นรายบุคคลบางเรื่อง แต่ในเรื่องของระบบยังไม่มีการชี้แจง ต้องรีบทำในส่วนนี้ให้หมด ขั้นตอนต่อไปจะได้บอกว่า จะทำอย่างไรต่อ มีโร้ดแมบอย่างไร จะรับรองผู้สมัครเมื่อไหร่ เพราะระบบไม่ได้ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เชื่อว่า หลังจากที่ประกาศรับรองผลออกมา จะมีการตั้งคำถามอีกรอบ

แต่ทั้งหมดก็เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ รวมถึงจุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตั้งบุคลไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ทั้งหมดเป็นส่วนสำคัญในระบอบประชาธิปไตยทั้งสิ้น เป็นภาระของ กกต. องค์กรเดียว เพื่อที่จะเรียกร้องความเชื่อมั่นของตนเองกลับมา

ส่วนหน้าตาของ สว. พี่ดูเหมือนว่า เป็นคนของค่ายสีน้ำเงินเยอะนั้น ตนยังยืนยันว่า ไม่ได้ดูที่ผลลัพธ์ที่ออกมาเพียงอย่างเดียว แต่ในเรื่องของกระบวนการและที่มา เรื่องระบบ รวมไปถึงการตรวจสอบคุณสมบัติ เป็นเรื่องที่ต้องตั้งคำถามทั้งสิ้น ไม่ได้ต้องการตั้งคำถามที่ปลายทาง

เช่นบางใบสมัครที่อนุญาตเข้ามา ต้องถามว่า ตั้งแต่ต้นทาง อนุญาตปล่อยเข้ามาได้อย่างไร เป็นความหละหลวมของ กกต.หรือไม่ ก็เป็นภาระของ กกต.ในการตอบ ไม่ใช่แค่ปลายทาง แต่ต้องตอบตั้งแต่ต้นทาง ว่าตรงกับที่ประชาชนคาดหวังหรือไม่ ไม่เช่นนั้น จะทำให้ประชาชนหมดความเชื่อถือ

เพราะอาจจะไม่ยึดโยงกับประชาชน แต่ก็ยังต้องใช้ภาษีของประชาชนในการบริหารสว. จะนำไปสู่การตั้งคำถามในภาพใหญ่ เหมือนที่หัวหน้าพรรคเคยถามว่า จุดประสงค์ของการมี สว. ในประเทศไทยคืออะไร ซึ่งตนเป็นห่วง กกต.ที่จะต้องตอบคำถามของประชาชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน