นายกฯ น้อมรับผลเลือก สว. ชี้ กติกาถูกเซ็ตมาแล้ว แนะใครเห็นช่องโหว่ควรปรับปรุง ต้องตั้ง สสร. แก้ในสภา มอง “สมชาย” ตกรอบ ไม่เชื่อมโยงความนิยมเพื่อไทย
เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 30 มิ.ย. ที่โรงเรียนรัตนบุรี ต.รัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเลือกสว. จำนวน 200 คน ที่มีการมองกันว่ามีช่องโหว่ของรัฐธรรมนูญ มีความเห็นอย่างไร ว่า ตนคงต้องตอบในฐานะนายกฯ ของประชาชนคนไทย กติกาถูกเซ็ตมาแล้ว และทุกคนก็ลงเล่นกัน มีคนผิดหวังและสมหวังบ้าง
เราอยากให้กติกานี้เป็นกติกาที่เป็นตัวแทนของประชาชนจริงๆ ส่วนผลออกมาอย่างไร ตนในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งน้อมรับ ส่วนจะมีใครไม่เห็นด้วยและจะไปปรับปรุงแก้ไขอย่างไร ก็ต้องไปแก้ที่สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) และเข้าไปในสภาฯ เพื่อจะแก้ไข
เมื่อถามว่าการพ่ายแพ้ของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ถูกเชื่อมโยงไปถึงคะแนนความนิยมของพรรคเพื่อไทยด้วย นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าความเชื่อมโยงมีแค่คำของความเป็นเครือญาติ แต่ความเชื่อมโยงระหว่างพรรคกับตัวบุคคลผู้สมัครไม่มีความเชื่อมโยงกัน
เมื่อถามว่ามั่นใจในคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “ผมไม่มั่นใจอะไรทั้งสิ้น เพราะตื่นเช้ามาก็ทำงานทุกวัน และผลโพลก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราสามารถมั่นใจหรือไม่มั่นใจ วันนี้ผลโพลก็ยังไม่ดีพอ เราก็ยังไม่มั่นใจ ความไม่มั่นใจไม่ได้เป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่เป็นสิ่งที่เตือนสติให้เราทำงานหนักขึ้น เราต้องพยายามที่จะหามาให้ได้ว่า พี่น้องประชาชนยังต้องการอะไรอีก และพยายามพัฒนาต่อไป เพราะปัญหามันเยอะเหลือเกิน”
เมื่อถามว่าเสียงติติงอันประเสริฐยังเป็นเสียงของประชาชนใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ยืนยันมาโดยตลอด วันแรกที่เข้ามาสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือวันสุดท้าย ครบ 4 ปี เรามาอยู่ที่นี่เรามาทำงานเพื่อประชาชน เช่นเดียวกับสส. ที่ยืนอยู่ข้างหลังตนเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชน หลังไมค์ หลังการประชุม เขาก็บอกตลอดว่าประชาชนต้องการอะไร
ขณะหน้าที่ของตนก็ต้องบาลานซ์ระหว่างเงินที่ลงไปกับผลประโยชน์ที่จะได้กับประชาชนกับจำนวนเงินที่มีอยู่ในงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นสส.พรรคไหนก็ตาม เวลามาหาตนก็มาพูดถึงพี่น้องประชาชนตลอด
ฉะนั้น การฟังจากสส.ก็เป็นส่วนหนึ่ง และการมาลงพื้นที่ มาฟังจากพี่น้องประชาชน ทุกๆ คนก็เป็นส่วนหนึ่ง อย่างปัญหายาเสพติดที่มาในครั้งนี้ ก็อยากให้ปลูกฝังให้ชัดเจนแน่นแฟ้น ให้สังคม ชุมชน มีความเป็นปึกแผ่น ในแง่การต่อต้านยาเสพติดไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว