เพื่อไทย ยอมรับต้องปรับยุทธศาสตร์ หลังผลโพลต่อท้าย ‘ก้าวไกล’ มั่นใจอีก 3 ปี ผลงานพิสูจน์ปชช.กลับมาเลือกได้ แต่ขอเวลาทำงานหน่อย จวกนักวิชาการพูดไม่รับผิดชอบ
เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2567 นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงนิด้าโพลเปิดผลสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองไตรมาส ครั้งที่ 2 ปี 2567 ปรากฏว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และพรรคก้าวไกล ยังมีความนิยมเป็นอันดับ 1 ทิ้งห่างพรรคเพื่อไทย ทำให้จะต้องปรับยุทธศาสตร์หรือไม่ ว่า สิ่งที่ทำอยู่มาในแนวถูกทางแล้ว แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลา ผลโพลก็คือผลโพล ซึ่งเป็นสิ่งที่เรานำมาไว้เตือนใจตลอดเวลา
นายสรวงศ์ กล่าวต่อว่า ตนมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรค ทำงานอย่างเต็มที่ และผลโพลนั้นเราจะนำมาเป็นข้อมูลที่จะปรับใช้ จริงๆ ผลโพลไม่ได้บอกว่าเราต้องเปลี่ยนด้านไหนบ้าง ต้องเสริมด้านไหนอีก ฉะนั้น การบ้านของเราคือสิ่งที่เรายังขาดอยู่ เราต้องเข้าไปเสริมสิ่งนั้น
เมื่อถามว่านายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ระบุจะต้องปรับยุทธศาสตร์ ได้พูดคุยอะไรกันบ้างหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ทุกอย่างต้องปรับอยู่แล้ว เพราะการทำงานของเรายังมีความห่างระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร สิ่งเหล่านี้เราต้องเสริมเพื่อให้เชื่อมต่อกันมากขึ้น ขณะนี้รัฐบาลก็พยายามนำสิ่งต่างๆ ที่สัญญาไว้กับประชาชนมาทำให้เป็นรูปธรรมออกไปมากที่สุด
เมื่อถามว่าเวลาที่เหลืออีก 3 ปี ก่อนเลือกตั้งครั้งหน้า มั่นใจหรือไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะพิสูจน์ตัวเองเพื่อให้ประชาชนกลับมาเลือกอีกครั้งได้ นายสรวงศ์ กล่าวว่า มั่นใจและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่เราทำประชาชนจะเห็น และปฏิเสธไม่ได้ว่าที่ผ่านมา ไม่ใช่รัฐบาลไม่มีผลงาน เรามีผลงานเยอะ แต่ผลโพลก็เป็นแค่ส่วนหนึ่ง และปฏิเสธไม่ได้ว่าประชาชนส่วนหนึ่งยังไม่พอใจกับผลงานรัฐบาล ทุกอย่างต้องได้รับการแก้ปัญหา
นายสรวงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนจะช้าจะเร็ว ขอให้ประชาชนเข้าใจว่าเราเข้ามาซ่อม มันต้องใช้เวลา ไม่ใช่ว่ามันดีอยู่แล้วเรามาทำให้พัง แต่หากย้อนกลับไปดูจริงๆ ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พลังประชาชน จนถึงพรรคเพื่อไทย เราไม่เคยได้สร้างแบบปะติดปะต่อหรือจริงจังเลย เราเข้ามาซ่อม เมื่อดีขึ้นก็ถูกปฏิวัติถึงสองรอบ จึงขอให้ประชาชนเข้าใจและให้เวลารัฐบาลปฎิบัติหน้าที่
“ฝากถึงสื่อและนักวิชาการที่ตอนนี้ออกมาพูด จนประชาชนเชื่อสิ่งที่พูดกันหมดแล้ว แต่เมื่อไม่เหมือนที่พูดก็ไม่เห็นมีใครออกมารับผิดชอบ ฉะนั้น นักวิชาการกลับไปทำงานของตัวเอง ไม่ใช่พูดเป็นต่อยหอยเลยว่ามีดีลเช่นนั้นเช่นนี้ ทั้งที่คนอยู่ในวงในจริงๆ ผมก็งงว่าพูดเป็นฉากเลย แต่เราไม่มีโอกาสออกไปตอบโต้ จึงขอฝากว่าขณะนี้ประเทศและประชาชนต้องการให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น การเมืองก็ว่ากันไป แต่อย่านำมาปนกัน ผมอยากให้รัฐบาลได้ทำงานอย่างเต็มที่” นายสรวงศ์ กล่าว
นายสรวงศ์ กล่าวต่อว่า นายกฯ ลงพื้นที่เต็มที่เพื่อไปรับฟังปัญหาของประชาชน ไม่เช่นนั้นก็ฟังแค่ส่วนกลาง ฟังแค่ราชการ การแก้ปัญหาก็ไม่ตรงจุด ฉะนั้น ตนมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นนายเศรษฐา น.ส.แพทองธาร และสส.ทุกคน เราทำงานเต็มที่ และมั่นใจว่าเวลาที่เหลืออีก 3 ปีกว่าเราจะทำให้ประชาชนเห็นถึงความตั้งใจ และผลงานของพรรคเพื่อไทย