ปิยบุตร เตือน สส.ก้าวไกล ส่อเป็น‘งูเห่า’จะเลือกอดีตหรืออนาคต ฝาก ‘คนให้กล้วย’ คิดให้ดี ย้ำเปิดไต่สวนจะเป็นหลักประกันให้สองฝ่ายสู้เต็มที่ เชื่อเตรียมพรรคสำรองไว้แล้ว

เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2567 ที่รัฐสภา นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมกรรมาธิการฯ นัดแรก ว่า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล เป็นคนชวน เนื่องจากคิดว่าความรู้ของตนยังเป็นประโยชน์ในการทำงานด้านนิติบัญญัติ นอกจากประชุมกรรมาธิการแล้ว ยังถือโอกาสมาเจอเพื่อนๆ ทั้งในพรรคก้าวไกลและต่างพรรค มาคุยเรื่องบ้านเมือง รัฐธรรมนูญ รวมถึงนิรโทษกรรม

ส่วนจุดยืนเรื่องการออกเสียงทำประชามตินั้น นายปิยบุตร กล่าวว่า กติกาเดิมค่อนข้างยาก ตนเข้าใจว่าการตั้งกรรมาธิการฯ นี้มา ร่างของแต่ละพรรคและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ค่อยต่างกัน คือการปรับกลับมาใช้เสียงข้างมาก ใช้แค่กึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ์ถือว่าผ่านแล้ว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการทำประชามติกรณีเปิดทางให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

เมื่อถามกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมคดียุบพรรคก้าวไกลอีกครั้งในวันที่ 17 ก.ค. มีนัยยะอะไรหรือไม่ นายปิยบุตร กล่าวว่า เท่าที่ฟัง นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ แถลงข่าว ก็ยืนยันว่าภายในเดือน ก.ย.คงต้องตัดสินคดี ถือเป็นประโยชน์ต่อลูกความทั้งสองฝ่าย ทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพรรคก้าวไกล ก็ต้องต่อสู้อย่างเต็มที่

คดีนี้ถือเป็นคดีสำคัญ เกี่ยวข้องกับการยุบพรรคที่ประชาชนเลือกมา 14 ล้านเสียง เป็นอันดับ 1 ของประเทศ ดังนั้น ประชาชนจับตาทั้งในและต่างประเทศ การที่ศาลเปิดให้ไต่สวนอย่างเต็มที่ อย่างน้อยที่สุดเป็นหลักประกันให้เห็นว่า ศาลให้โอกาสทั้งสองฝ่ายสู้คดีอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่าคำตัดสินจะกระทบต่อพรรคก้าวไกลอย่างไร นายปิยบุตร ระบุว่า แกนนำของพรรคก็มีประสบการณ์มาตั้งแต่สมัยยุบพรรคอนาคตใหม่ แน่นอนว่าต้องสู้คดีอย่างเต็มที่ในทางกฎหมาย แต่ในทางการเมืองก็เตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าระหว่างนี้พรรคก้าวไกลคงไม่เสียสมาธิ ตั้งใจทำงานในฐานะ สส. ส่วนพรรคสำรองนั้น เป็นธรรมดา ประเทศนี้ยุบกันมาไม่รู้กี่พรรคต่อกี่พรรค แต่ละพรรคก็ต้องเตรียมเรื่องพวกนี้ไว้

เมื่อถามว่า สส.จะอยู่กับพรรคหรือไม่ นายปิยบุตร ระบุว่า บริบทรอบนี้กับรอบที่แล้วต่างกัน รอบที่แล้วเสียงของฝ่ายค้านและรัฐบาลก้ำกึ่งมาก การดึง สส.มีความสำคัญ แต่รอบนี้เสียงทิ้งห่าง และฝ่ายรัฐบาลคงไม่จำเป็นต้องดึง สส.พรรคก้าวไกลไป รวมถึงกระแสของพรรคก้าวไกลก็สูงมาก สส.ของพรรคต้องคิดให้ดี ว่าถ้าย้ายพรรคแล้วจะทำอย่างไร

ต่อให้รู้สึกไม่สบายใจหรือมีใครมาเสนออะไรให้ก็ตาม แต่การอยู่พรรคก้าวไกล เป็นการอยู่เพื่ออนาคต ตนมีโอกาสพูดคุยกับ สส.พรรคก้าวไกล ก็ถามว่า คุณจะเลือกข้างอดีตหรืออนาคต ถ้าคุณเลือกข้างอนาคต ทิศทางหลังจากนี้ ในการเลือกตั้งปี 2570 ยังมีความหวังอยู่

เมื่อถามว่ามีการปล่อยข่าว”งูเห่า”ออกมาตลอด มองว่าคนปล่อยหวังผลอะไร นายปิยบุตร กล่าวว่า เป็นธรรมดา มันเป็นเทศกาล เวลาพรรคใหญ่ดูเหมือนจะถูกยุบในไม่ช้า ก็จะมีคนตั้งคำถามว่าจะดึง สส. จึงขอฝากคนที่อยากจะดึงไป “ผมว่าไม่มีประโยชน์ เพราะเสียงคุณขาดลอยไปแล้ว ดึงไปก็ไม่มีประโยชน์ รัฐบาลก็มีเสถียรภาพเข้มแข็งดี”

เมื่อถามว่าหากตั้งพรรคใหม่ นโยบายแก้ไข ม.112 ควรจะนำไปหาเสียงด้วยหรือไม่ นายปิยบุตร กล่าวว่า อยู่ที่กรรมการบริหารพรรคว่าคิดอ่านอย่างไร แต่ส่วนตัวต้องรอดูว่าความจำเป็นของการแก้ไขยังมีอยู่หรือไม่ พิจารณาเทียบกับความแนวความคิดของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะทำอะไรได้บ้าง แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับพรรคว่าจะมีความเห็นอย่างไร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน