เลขาฯสภา โยน เป็นดุลพินิจ กมธ.ตั้งใครนั่งเก้าอี้ หลังมีข่าวซื้อขายตำแหน่ง เชื่อมีกระบวนการกลั่นกรองก่อน กำชับตรวจสอบเข้มงวดก่อนออกบัตรเข้าออกสภาฯ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ก.ค. ที่รัฐสภา ว่าที่ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวการซื้อขายตำแหน่งในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ของสภาฯ รวมถึงการซื้อบัตรจอดรถ ว่า ต้องแยกเป็น 2 ส่วนคือ การขอบัตรจอดรถจะอยู่ในอำนาจหน้าที่สำนักรักษาความปลอดภัย ซึ่งต้องกลั่นกรองดูคุณสมบัติที่จะออกบัตรจอดรถให้ ว่าจะเป็นสีแดงหรือสีเขียว เรามีระเบียบและวิธีการดำเนินการอยู่
ทั้งนี้ เชื่อว่าผู้ปฏิบัติงานมีความซื่อตรง อยู่ในกรอบระเบียบวิธีดำเนินการ แต่หากมีการร้องเรียนหรือกล่าวหา ก็ต้องสอบสวนข้อเท็จจริงว่าจะเกี่ยวข้องกับใครบ้าง
ว่าที่ร.ต.ต.อาพัทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนของคณะกรรมาธิการเราต้องแยกว่าเป็นการแต่งตั้งโดยกรรมาธิการที่มีบทรองรับตามรัฐธรรมนูญ และประมวลจริยธรรมของสมาชิกและกรรมาธิการ รวมถึงต้องดูแลผู้ปฏิบัติงานในส่วนคณะกรรมาธิการในกรอบต่างๆ ที่กำหนดไว้ ซึ่งเป็นดุลยพินิจ และเชื่อว่ากรรมาธิการแต่ละคณะ ตั้งบุคคลต่างๆ ด้วยความสุจริต เพราะต้องการคนมาเข้าปฏิบัติหน้าที่ ฉะนั้น การตรวจสอบถือเป็นดุลยพินิจของกรรมาธิการ ส่วนสำนักงานเลขาธิการสภาฯ จะออกคำสั่งแต่งตั้งตามที่กรรมาธิการแต่ละคณะเสนอ
“กรณีซื้อขายตำแหน่ง หากไปเกี่ยวข้องกับคณะกรรมาธิการใด เชื่อว่าคณะกรรมาธิการก็ต้องสอบสวนหาข้อเท็จจริง และกรรมาธิการทั้ง 35 คณะ ตำแหน่งต่างๆ ก็มีมากพอสมควร ย้ำว่าถือเป็นดุลยพินิจของกรรมาธิการแต่ละคน และเชื่อมั่นว่าในทางปฏิบัติมีกระบวนการกลั่นกรอง เพราะเป็นองค์กรในส่วนของฝ่ายนิติบัญญัติ หากมีการร้องเรียนเกิดขึ้น หรือเกี่ยวกับคณะกรรมาธิการใด ก็เป็นดุลยพินิจของคณะกรรมาธิการนั้นที่จะตรวจสอบ” ว่าที่ร.ต.ต.อาพัทธ์ กล่าว
เมื่อถามว่าฝ่ายประจำต้องตรวจสอบก่อนเซ็นตั้งตำแหน่งต่างๆ ในคณะกรรมาธิการหรือไม่ ว่าที่ร.ต.ต.อาพัทธ์ กล่าวว่า ฝ่ายประจำจะเสนอตามที่กรรมาธิการแต่ละคณะเสนอมา ซึ่งเราจะตรวจสอบแค่ในเบื้องต้น แต่ในเชิงลึกต้องเคารพดุลยพินิจของกรรมาธิการแต่ละคณะที่เสนอมา
เมื่อถามถึงการซื้อขายบัตรจอดรถจะต้องตรวจสอบว่ามีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ว่าที่ร.ต.ต.อาพัทธ์ กล่าวว่า ต้องดูว่ามีผู้ร้องเรียนให้ตรวจสอบหรือไม่ ปกติหากมีผู้ร้องหรือมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ก็จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว
เมื่อถามหลังจากนี้จะกำชับหรือเพิ่มมาตรการออกบัตรต่างๆ เหล่านี้อย่างไร เพราะมีกระแสวิจารณ์ว่าการตรวจสอบไม่เข้มงวด ว่าที่ร.ต.ต.อาพัทธ์ กล่าวว่า อาจจะต้องทบทวนในลักษณะนั้น แต่ขณะนี้ข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏชัดว่าเป็นการกระทำของใคร จึงยังเป็นแค่ข้อกล่าวหาอยู่ เรายังไม่ผ่านกระบวนการสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้
ฉะนั้น หากตนในฐานะหัวหน้าส่วนไปกล่าวหาผู้ใต้บังคับบัญชาคนใดมีข้อบกพร่องโดยที่ไม่มีหลักฐาน ตอนนี้ทุกคนถือเป็นผู้สุจริต และยังอยู่ในกรอบวินัยการปฏิบัติหน้าที่อยู่ แต่หากมีข้อเท็จจริงที่ร้องเรียนเข้ามา ทางสำนักงานก็ต้องตรวจสอบในหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงต้องดำเนินการตามข้อกฎหมายหรือวินัย
เมื่อถามว่าจะกำชับเจ้าหน้าที่ออกบัตรหรือไม่ว่าต้องตรวจสอบเข้มข้นมากขึ้น ว่าที่ร.ต.ต.อาพัทธ์ กล่าวว่า สิทธิประโยชน์ในการเข้าออกเป็นเรื่องปกติ ยอมรับว่าทุกคนก็อยากได้สิทธิพิเศษส่วนนี้ แต่ตนเชื่อว่ากระบวนการกลั่นกรองยังมีความเข้มงวดอยู่ ซึ่งในอดีตเคยมีประเด็นเรื่องนี้ แต่มีการตรวจสอบจนยุติไป ซึ่งเขาเฝ้าระวังอยู่เพราะทราบว่าเป็นเรื่องอ่อนไหวและต้องตรวจสอบ และตอบคำถามให้ได้ว่าความแตกต่างระหว่างคนที่ได้รับบัตรในลักษณะเช่นนี้มีสิทธิอย่างไรบ้าง แต่จะกำชับไปว่าให้เขาตรวจสอบอย่างรอบคอบ