“ปลัดกลาโหม” แจงวุ่น งบลับใช้เท่าเดิม ไม่ได้ขอเพิ่ม ยัน ตรวจสอบได้ ส่วนเออลี่รีไทร์ ปีละ 200 ล้านบาท ใช้งบบุคลากรเหล่าทัพ
เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2567 ที่รัฐสภา พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวยืนยันถึงการใช้งบลับมีเท่าเดิมทุกปี ไม่มีการขอเพิ่มขึ้น และต้องผ่านสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เพราะใช้หลักเกณฑ์ตรวจสอบการใช้เงิน ตั้งแต่ปี 2564
ส่วนการปรับลดกำลังพลเป็นนโยบายของกระทรวงกลาโหม โดยจะครอบคลุมไปถึงโรงเรียนที่ผลิตทหาร ต้องปรับลดลงตามลำดับ และนำเทคโนโลยีเข้ามาทดแทน
เรื่องการปรับลดกำลังพล ร้อยละ 5 สำหรับนายพลตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ต้องลด 50% ซึ่งเคยชี้แจงไปแล้ว อยู่ในแผนการปรับปรุงโครงสร้างกองทัพปี 2561-2571 ที่จะต้องลดมาครึ่งหนึ่ง ซึ่งทุกอย่างดำเนินการไปตามแผน โดยมีการปรับลดทุกปี และหลังปี 2571 ก็จะไปเข้าสู่สมุดปกขาวจะดำเนินการต่อไปอีกในภาพรวม
ในการเออลี่รีไทร์ จัดไว้ 3 ปี ปีละ 200 ล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติไปแล้ว เป็นโครงการที่จะลดกำลังพล ในตำแหน่งที่ไม่สำคัญหรือตำแหน่งประจำจะปิดอัตรา ส่วนเงิน 200 ล้านบาท อยู่ในงบบุคลากรของกองทัพเอง
ส่วนการปรับข้าราชการทหารเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหม มาจากแพทย์ พยาบาล บัญชีเภสัชกร โดยจะแยกออกมาเพื่อลดข้าราชการทหาร โดยจะดำเนินการ 2 แบบ คือ บรรจุใหม่ โดยสำนักงานปลัดกลาโหมเพิ่งบรรจุไป 8 ราย ซึ่งต้องใช้เวลา เนื่องจากต้องมาปรับโครงสร้างใหม่ที่จะมีข้าราชการพลเรือนกลาโหม เช่น โรงพยาบาลทหารจะต้องทำโครงสร้างแยกออกมา จะเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหมสำหรับหมอพยาบาล
ส่วนการบรรจุเข้าไปเพื่อความรวดเร็ว สามารถโอนย้ายได้จากทหารเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหมเมื่อโครงสร้างเสร็จ ซึ่งหากรับทดแทนใหม่อย่างเดียวใช้เวลานาน จึงจะดำเนินการอย่างเร็วที่สุด
พล.อ.สนิธชนก ชี้แจงถึงการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์แบบรวมศูนย์ว่า รมว.กลาโหม แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาแล้วเพื่อศึกษาเรื่องนี้ ถือเป็นยุทธศาสตร์ของกระทรวงกลาโหม อาวุธที่มีราคาแพงไม่สามารถผลิตหรือหาชิ้นส่วนภายในประเทศได้ และเป็นภูมิยุทธศาสตร์ภัยคุกคาม จะคำนึงภัยคุกคามอำนาจกำลังรบของเพื่อนบ้าน แนวโน้มการเกิดสงคราม เพื่อกำหนดออกมาให้เป็นยุทธศาสตร์
หากทำสำเร็จสัดส่วนงบประมาณจะไม่ขึ้นอยู่กับจำนวนกำลังพล แต่จะขึ้นอยู่กับยุทธศาสตร์ที่ถูกกำหนดผ่านคณะกรรมการของกระทรวงกลาโหม ในการที่จะชี้ว่าจะซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์อะไร ในระยะ 3-5 ปี
ในเรื่องเงินอุดหนุน 600 ล้านบาท 90% เป็นค่าจ้างเงินเดือน และมีลูกจ้างพนักงาน ถ้าเออรี่ฯ ต้องใช้เงินก้อนนี้ทั้งหมด จึงจำเป็นต้องมีเสริมเอาไว้ หลักการคือลูกจ้างพนักงานต้องมีเงินอุดหนุน ส่วนกลางวิจัยและพัฒนาทางคณะกรรมการ โอนถ่ายธุรกิจกองทัพ หลายท่านก็เคยไปดู ยืนยันไม่ได้ปกปิด