ครม. ดึงกม.วินัยการเงินการคลัง กลับไปศึกษา 60 วัน หลัง สส.ก้าวไกล จี้ใช้เงินนอกงบประมาณต้องโปร่งใส ประชาชนต้องรู้ โดยเฉพาะกองทัพ ที่ใช้งบแบบลับๆล่อๆ
เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 10 ก.ค.2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายวันหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลังของรัฐ (ฉบับที่..) พ.ศ…. เสนอโดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และคณะเป็นผู้เสนอ
นายวิโรจน์ กล่าวว่า ตนเสนอแก้ไขในมาตรา 28 เดิม พ.ร.บ.ฉบับนี้ระบุไว้ว่า ในการดำเนินโครงการของรัฐบาล ที่รัฐบาลต้องรับภาระชดเชยค่าใช้จ่ายหรือต้องยอมรับการสูญเสียรายได้ในการดำเนินนโยบายนั้น คือนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ
กฎหมายระบุว่าให้กระทำได้เฉพาะที่อยู่ในอำนาจหน้าที่และกฎหมายเพื่อฟื้นฟูหรือกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิต ช่วยฟื้นฟูพี่น้องที่ประสบกับสาธารณภัย วินาศกรรมต่างๆ ซึ่ง ครม. จะต้องพิจารณาภาระทางการคลังที่อาจเกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินนโยบายและแนวทางการบริหารจัดการภาระทางการคลังของรัฐและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น
คนที่ควรรู้ที่สุดไม่ใช่ ครม. แต่เป็นประชาชนที่เป็นผู้แบกรับภาระเสียภาษี ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหา เพราะในมาตรา 29 ในเรื่องผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินนโยบาย ยังเปิดเผยให้เกิดเผยต่อสาธารณะและประชาชนได้ทราบ
ยกตัวอย่างโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต ที่รัฐบาลมีภาระทางการคลังก้อนมหาศาล เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องรับทราบการเงินการคลังที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งในปัจจุบันและอนาคต และผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายด้วย ดังนั้น การแก้ไขมาตรา 28 จะทำให้ประชาชนได้ติดตามกำกับนโยบายของรัฐได้ใกล้ชิดมากขึ้น
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ที่สำคัญคือเงินนอกงบประมาณโดยเฉพาะของกองทัพ ในมาตรา 61 วรรคสอง เดิมระบุว่า เงินนอกงบประมาณให้มีเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ เงินนอกงบประมาณของหน่วยงานของรัฐให้นำมาฝากไว้ที่กระทรวงการคลัง เว้นแต่จะมีกฎหมายหรือตกลงกับกระทรวงการคลังไว้เป็นอย่างอื่น ซึ่งต้องการให้มีการจัดการงบประมาณอย่างโปร่งใส ซึ่งกมธ.งบประมาณก็มีข้อสังเกตทุกปี
การที่กองทัพ หรือหน่วยงานอื่นจะบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณด้วยตัวเอง ตนยืนยันว่าสามารถทำได้ แต่ควรต้องมีกฎหมายกำกับเอาไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้การจัดการเงินนอกงบประมาณมีความโปร่งใส มีการตรวจสอบทางบัญชีที่ถูกต้อง
“การที่กองทัพทำเพียงข้อตกลงเพียงกระดาษ A4 ไม่กี่หน้ากับกระทรวงการคลัง เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล และเงินนอกงบประมาณ เคยมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญชัดเจนว่า คือเงินของประชาชน จะเอาความสะดวกเข้าว่าไม่ได้ ต้องเอาความโปร่งใสและตรวจสอบได้เป็นที่ตั้ง ดังนั้น การทำข้อตกลงด้วยเอกสารไม่กี่แผ่นจึงไม่สมเหตุสมผล ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ธุรกิจกองทัพต่างๆ อยู่ในแดนสนธยา ซึ่งจะบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกองทัพไปเรื่อยๆ ” นายวิโรจน์ กล่าว
นายวิโรจน์ กล่าวว่า ยิ่งอ้างว่าเป็นความลับ เป็นเรื่องของความมั่นคง ยิ่งทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสว่า การที่กองทัพมาทำมาหากิน กลายเป็นเรื่องความมั่นคงไปได้อย่างไร หรือความมั่นคงในกระเป๋าของนายพล คนไหนกันแน่ หรือแท้ที่จริง มันลับจริงๆ แต่เป็นเรื่องที่ลับๆล่อๆ
ตนจึงเสนอให้การจัดการเงินนอกงบประมาณ โดยที่ไม่ต้องเอามาฝากไว้ที่กระทรวงการคลัง ต้องมีกฎหมายในระดับ พ.ร.บ.กำกับเท่านั้น เหมือนกับสถาบันอุดมศึกษาต่างๆที่เขาทำกันได้ และประชาชนคือคนที่เสี่ยงไม่ใช่ครม. ดังนั้นประชาชนก็ต้องรู้
จากนั้นสมาชิกได้อภิปรายแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะสส.จากพรรคก้าวไกล พุ้งเป้าไปที่เงินนอกงบประมาณของกองทัพที่ไม่มีความชัดเจน ไม่สามารถตรวจสอบได้ และเห็นว่าการใช้จ่ายของรัฐควรเผบแพร่ให้ประชาชนรับทราบอย่างโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ เพื่อเป็นการควบคุมไม่ให้รัฐบาลและกองทัพใช้จ่ายเกินตัว
หลังสมาชิกอภิปรายเสร็จสิ้น นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม กล่าวว่า รัฐบาลต้องมีความรอบคอบในการพิจารณาและศึกษาร่างกฎหมายดังกล่าวให้มีความสมบูรณ์ ครบถ้วน ครม.จึงขอรับร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ไปพิจารณาภายในกรอบเวลาก่อนที่สภาฯจะรับหลักการในวาระที่ 1 ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ
จากนั้นที่ประชุมลงมติอนุมัติให้ครม.รับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว กับไปพิจารณาภายใน 60 วัน ด้วยคะแนน 268 เสียง ไม่เห็นด้วย 162 เสียง ไม่ลงคะแนน 3 คะแนน