วันที่ 5 เม.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลัง นางดอริส ลอยฮาร์ด สมาชิกคณะมนตรีแห่งสมาพันธ์และรมว.สิ่งแวดล้อม คมนาคม พลังงานและสารสนเทศสมาพันธรัฐสวิสเข้าเยี่ยมคารวะว่า สวิสเซอร์แลนด์สนใจเป็นพันธมิตรกับประเทศไทย โดยเฉพาะความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ โดยเชิญรัฐบาลไทยนำคณะรัฐบาลและนักธุรกิจไปหารือกับรัฐบาลและภาคเอกชนที่สวิสเซอร์แลนด์ด้วย เพราะสวิสเซอร์แลนด์เขารู้ว่าประเทศไทยมีโครงการลงทุนจำนวนมาก จึงหาโอกาสมาพูดคุย ถ้าเป็นไปได้เขาอยากร่วมมือในเรื่องการทำเขตการค้าเสรีหรือเอฟทีเอ ไทย-ยุโรป โดยให้เลือกวันไปได้ทันที แล้วรัฐบาลสวิสเซอร์แลนด์จะจัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้มีรัฐมนตรีถึง 2 ประเทศ คือสหราชอาณาจักรและสวิสเซอร์แลนด์ มาหารือ ทั้ง 2 ประเทศได้สอบถามเรื่องการเลือกตั้งของไทยหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า “ไม่มีเลย เขาบอกว่าถ้าการเมืองสงบ การเมืองดี ทุกอย่างก็ดีหมด ลองดู มีตั้งกี่คณะ มาทุกวันแบบนี้ พูดถึงการเมือง ใครๆ ก็หัวเราะ ใครจะไปถาม ใครจะยุ่ง มีแต่คนไทยนี่แหละที่ถาม”
ต่อมาเวลา 15.30 น. นายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เดินทางเข้าพบนายสมคิด เพื่อหารืออย่างไม่เป็นทางการ
นายสมคิด เปิดเผยว่า ได้หารือถึงการนำเข้าหมูเนื้อแดง และสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) นอกจากนี้นายกลินยังสอบถามถึงการเลือกตั้ง ซึ่งเราได้ให้ความมั่นใจไปว่า เรามีการเลือกตั้งแน่นอนในช่วงต้นปี 2562 โดยภาพรวมการหารือเป็นไปด้วยดี แต่มีความเป็นอเมริกัน
เมื่อถามว่าการพบครั้งนี้เป็นการพบกันอย่างไม่ได้เป็นทางการ แสดงว่าเป็นเรื่องด่วนใช่หรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า สหรัฐฯแค่มาย้ำเตือนว่าอย่าลืม แต่ไม่ใช่เรื่องการเลือกตั้ง เป็นเรื่องหมูเนื้อแดง