นายกฯ สั่งสกัดระบาด ปลาหมอคางดำ กำจัดไปแล้ว 6.2 แสนกิโลกรัม ลุย 5 มาตรการ 12 กิจกรรม เร่งหามาตรการบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน
เมื่อวันที่ 17 ก.ค.2567 นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
เบื้องต้น กรมประมงได้ประสานจังหวัด ตั้งจุดรับซื้อในราคา 15 บาทต่อกิโลกรัม และดำเนินการตามร่างแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567-2568 ใน 5 มาตรการ 12 กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือนก.ค. 2567-ก.ย.2568 ครั้งที่ 2/2567 และแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ เพื่อหาต้นตอ
นายชัย กล่าวว่า สำหรับ 5 มาตรการ 12 กิจกรรม ได้แก่ 1.ควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำ ในแหล่งน้ำทุกแห่งที่เน้นกำจัดในแหล่งน้ำธรรมชาติ 2.ปล่อยปลาผู้ล่าอย่างต่อเนื่อง เช่น ปลากะพงขาว 3.นำปลาหมอคางดำที่กำจัดได้ไปใช้ประโยชน์ เน้นการจัดหาแหล่งกระจายและรับซื้อ จัดหาแนวทางการใช้ประโยชน์
4.สำรวจและเฝ้าระวังการแพร่กระจายในพื้นที่เขตกันชน เน้นสร้างความพร้อมให้กับองค์กรประมงชุมชนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สำรวจและเฝ้าระวังในแหล่งน้ำที่ยังไม่พบการแพร่ระบาด 5.สร้างความรู้ ความตระหนัก และการมีส่วนร่วมในการกำจัด เพื่อประชาสัมพันธ์ให้กับทุกภาคส่วน พร้อมจัดทำคู่มือแนวทางการรับมือ ทั้งนี้ ได้กำจัดปลาหมอคางดำไปแล้ว 623,370 กิโลกรัม
นายชัย กล่าวว่า นอกจากนั้นได้ดำเนินโครงการวิจัยการเหนี่ยวนำชุดโครโมโซม 4n ในปลาหมอคางดำ เพื่อทำให้เป็นหมัน ก่อนปล่อยสู่แหล่งน้ำให้ไปผสมพันธุ์กับปลาที่มีชุดโครโมโซม 2 ชุด (2n)ทำให้เกิดลูกปลาหมอที่มีชุดโครโมโซม 3 ชุด (3n)เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ทยอยปล่อยอย่างน้อย 2.5 แสนตัว ภายในระยะเวลา 15 เดือน
นายก มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบกับประชาชน ผ่านการพิจารณาดำเนินการอย่างเหมาะสม รอบด้าน ไม่ให้กระทบส่วนอื่นๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ สกัดต้นตอการแพร่กระจาย ควบคุมประชากรปลาดังกล่าวไม่ให้มีมากเกินไป รวมถึงส่งเสริมการนำปลาหมอคางดำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ให้เกิดประโยชน์ สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ
พร้อมแนะนำประชาชน ช่วยการเฝ้าระวังการแพร่ขยายพันธุ์ของปลาชนิดนี้ในแหล่งน้ำธรรมชาติ สร้างความรู้ความเข้าใจในเอเลี่ยนสปีชีส์ และหาแนวทางการรับมือต่อไป