อธิบดีกรมประมง รุดแจงกมธ. ปม ‘ปลาหมอคางดำ’ ด้าน ‘ณัฐชา’ อัด มาตรการรัฐบาลย้อนแย้ง ปล่อยปลานักล่า แต่กลับเร่งให้จับ ย้ำ ไทม์ไลน์ต้องชัดเจน

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 18 ก.ค. 2567 ที่รัฐสภา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาศึกษาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอคางดำ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมว่า วันนี้กมธ.ได้เชิญอธิบดีกรมประมงมาให้ข้อมูล กรณีการระบาดของปลาหมอคางดำ

เนื่องจากมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ โดยบริษัทเอกชนให้ข้อมูลว่า มีการส่งออกปลาสายพันธุ์ดังกล่าวในปี 2557-2558 ซึ่งกมธ.ให้โจทย์ในเรื่องนี้ เพื่อมาชี้แจงให้ชัดเจนว่า มีการส่งออกปลาหมอคางดำจริงหรือไม่ คาดว่าวันนี้จะได้คำตอบที่ชัดเจน

ส่วนข้อมูลที่ยังไม่ตรงกัน ในเรื่องข้อสงสัยการส่งซากปลาที่ทางกรมประมงแจ้งว่ายังไม่เคยได้รับ ขณะที่บริษัทเอกชนยืนยันว่าได้ส่งมาแล้วนั้น ตนมองว่าตอบโต้กันไปมาก็ไม่จบ ควรจะมีเอกสารที่ชัดเจน โดยเฉพาะบริษัทเอกชน ควรมีเอกสารการจัดส่งที่แน่นอนมาให้กมธ. ส่วนกรมประมงที่ยืนยันว่ายังไม่ได้รับ ก็เข้าใจว่ายังไม่มีเอกสารดังกล่าว

“วันนี้ผมคิดว่าปัญหาน่าจะชัดเจน เพราะอธิบดีได้มาชี้แจงด้วยตนเอง การที่อธิบดีแถลงเมื่อวานนี้ (17 ก.ค.) จากนั้นบริษัทเอกชนออกมาตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมปลาสายพันธุ์นี้ผ่านไป 14 ปีแล้วจึงเพิ่งมาระบาด เป็นการเข้าใจผิด เพราะไม่ใช่เพิ่งระบาด แต่ระบาดมา 14 ปีแล้ว แต่ตอนนี้มันลุกลามมากขึ้นเป็นวงกว้างจาก 5 จังหวัด เป็น 14 จังหวัด มันปะทุมากขึ้นจากเหตุการณ์ที่ค่อยๆ ร้อยเรียงตั้งแต่ปี 2555” นายณัฐชา กล่าว

เมื่อถามว่าทางเอกชนระบุว่าปลาที่นำเข้ามาจำนวน 2,000 ตัว ตายไปแล้วเหลือแค่ 600 ตัว และทยอยตาย นายณัฐชา กล่าวว่า เป็นข้อมูลเอกชนที่ส่งให้ แต่วันนี้เราไม่เห็นซากปลาที่ตายไปแล้ว เห็นเพียงแค่ตัวอักษรเท่านั้น ส่วนที่เอกชนยืนยันว่าเป็นเพียงเจ้าเดียวที่ทำถูกกฎหมายนั้น เป็นข้อกล่าวอ้างที่ใครก็พูดได้

แต่วันนี้หากเกิดข้อผิดพลาดหรือข้อสันนิษฐาน ต้องยืนอยู่บนพยานหลักฐานทั้งหมด และข้อยืนยันจากหน่วยงานภาครัฐก็ยืนยันว่าตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน มีการอนุญาตนำเข้าเพียงรายเดียว ส่วนจะบอกว่ารายอื่นก็นำเข้ามา แต่ไม่มีการอนุญาตหรือลักลอบ ทั้งหมดล้วนแต่เป็นข้อกล่าวอ้าง ดังนั้น จึงยังไม่มีข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจน

เมื่อถามว่าปัญหานี้ถูกกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ แต่มีการมองว่ายังไม่มีการดำเนินการแก้ปัญหาเท่าที่ควร นายณัฐชา กล่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ยกระดับเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ

โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ได้แถลงว่า ต้องตามหาต้นตอและแหล่งที่มาของเรื่องนี้ให้ได้ เพราะจะส่งระบบธรรมชาติที่ไม่สมบูรณ์และระบบนิเวศที่ขาดตกบกพร่องให้รุ่นหลังไม่ได้ ตนคิดว่าคนระดับผู้นำประเทศ ออกมาพูดเช่นนี้แล้วควรจะมีการขยับมากขึ้น

วันนี้อนุกมธ.ทำได้มากสุด คือ หาข้อมูล การวิจัย พยานหลักฐานต่างๆ ที่เป็นองค์ประกอบในการแพร่ระบาด แต่เราไม่สามารถทำคดีต่างๆ เพราะไม่ใช่อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นเรื่องของกลไกภาครัฐ และฝ่ายบริหารที่จะมีความเห็นอย่างไรในเรื่องนี้ เพราะไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่งต่อไปแล้ว มันกำลังลุกลามไปสู่แม่น้ำลำคลอง หากปล่อยไว้เช่นนี้ในอนาคตเราจะไม่เหลือสายพันธุ์ปลาท้องถิ่นให้กับคนรุ่นหลังต่อไป คนรุ่นหลังอาจจะได้เจอปลาท้องถิ่นในหนังสืออย่างเดียว

เมื่อถามถึงการแก้ปัญหาโดยการรับซื้อปลาหมอคางดำมาแปรรูปเป็นอาหาร นายณัฐชา กล่าวว่า ตนคิดว่าการรับซื้อก็ยังเป็นข้อกังวลอยู่ เพราะขณะนี้เรื่องมันเกิดเร็วและแรง ทุกภาคส่วนต่างเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างเร่งรีบ แต่ไม่ควรลืมเรื่องการวางแผน เพราะวันนี้มีข่าวว่าจะปล่อยปลากระพงอีกประมาณ 9 หมื่นตัว

ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงก็มีข่าวว่า มีการอนุญาตใช้อุปกรณ์ในการจับขั้นรุนแรง หรือมีข่าวว่ามีการรับซื้อไม่อั้นและไม่มีที่สิ้นสุด ตนคิดว่าข่าวเหล่านี้ที่ออกมาจากแหล่งเดียวกัน มันย้อนแย้งกันเอง เพราะเพิ่งจะปล่อยปลากระพงไป แล้วจะอนุญาตให้จับปลาหมอคางดำ มันก็ไม่เกิดผล

“ดังนั้น ไทม์ไลน์ต้องชัดเจน จะมาแค่บอกว่ารับซื้อกิโลละ 15 บาท แต่ต้องชัดเจนว่าเมื่อรับมาแล้วจะนำไปขายที่ไหน ระยะเวลาในการจับเท่าไหร่ ต้องชัดเจนว่า 2 เดือนนี้ จับอย่างเดียว อนุญาตจังหวัดไหน อนุญาตใช้อุปกรณ์พิเศษที่สามารถจับได้ในปริมาณไม่เยอะ

จากนั้นอีก 60 วันจะปล่อยปลานักล่า หลังจากนั้น หากเจออีกจะมีการเยียวยาเกษตรกรอย่างไร ทั้งนี้ วันนี้น่าจะได้ความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยอธิบดีกรมประมงจะชี้แจงเรื่องงบประมาณ ภาษีประชาชนที่ใช้ไปแล้วทั้งหมดเท่าไหร่ และในอนาคตจะใช้อีกเท่าไหร่” นายณัฐชา กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน