คอการเมืองจับตาคดียุบพรรคก้าวไกลอย่างลุ้นระทึก หลังศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 7 สิงหาคม ที่จะถึงนี้

เป็นอีกคดีที่ต้องบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร

ประการหนึ่ง เนื่องจากพรรคก้าวไกลเป็นพรรคใหญ่อันดับ 1 มีสส.มากที่สุดในสภา อีกประการหนึ่ง ก่อนหน้านี้พรรคอนาคตใหม่ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของพรรคก้าวไกลก็เคยถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบมาก่อนหน้านี้แล้ว

คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญรอบนี้ย่อมถูกจับจ้องจากทุกภาคส่วน

หากย้อนไปดูไทม์ไลน์ของคดีร้องยุบพรรคก้าวไกลที่ดำเนินมากว่า 5 เดือน มีช่วงเวลาสำคัญ ดังนี้

หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกลที่เสนอแก้ไขมาตรา 112 แล้วนำมาใช้เป็นนโยบายรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และสั่งให้เลิกการกระทำ

ต่อมา กกต.ได้ใช้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีดังกล่าว หรือที่เรียกกัน “คดีล้มล้างการปกครอง” มาเป็นสารตั้งต้นในการยื่นยุบพรรคก้าวไกล

12 มี.ค. 2567 กกต.มีมติพร้อมความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยสั่งยุบพรรคก้าวไกลและตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี จากนั้นได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 18 มี.ค. 2567 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Filing

ด้วยเหตุผลว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคก้าวไกลกระทำการล้มล้างการปกครองฯ และกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยฯ อันเป็นเหตุแห่งการยุบพรรคตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) และ (2)

3 เม.ย. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของ กกต.ไว้พิจารณา และให้ผู้ถูกร้องส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง

แต่ต่อมา 17 เม.ย. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ขยายเวลาการยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวตามที่พรรคก้าวไกลร้องขอออกไปอีก 15 วัน จากนั้น 3 พ.ค. 2567 พรรคก้าวไกลยื่นขอขยายเวลาครั้งที่สอง ศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ถึง 18 พ.ค. 2567 ก่อนถึงกำหนดพรรคก้าวไกลยื่นขอขยายเวลาอีกเป็นครั้งที่สาม ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย ศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตตามคำขอ โดยครบกำหนดยื่นคำชี้แจงในวันทำการ 4 มิ.ย. 2567

4 มิ.ย. 2567 พรรคก้าวไกลยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหารวมไว้ในสำนวน รวมถึงส่งสำเนาคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาให้ กกต.ในฐานะผู้ร้องทราบ และกำหนดนัดพิจารณาต่อไปในวันที่ 12 มิ.ย. 2567

9 มิ.ย. 2567 นายพิธา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดแถลง 9 ข้อต่อสู้คดียุบพรรค

ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีเขตอำนาจพิจารณาวินิจฉัยคดีนี้ อีกทั้งรัฐธรรมนูญไม่ได้ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค

กระบวนการยื่นคำร้องของ กกต.ไม่ชอบด้วยกฎหมายพ.ร.ป.พรรคการเมือง และระเบียบกกต. เพราะไม่เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหารับทราบ โต้แย้ง หรือแสดงหลักฐานต่อสู้

คำวินิจฉัยคดีล้มล้างการปกครองฯ เมื่อวันที่ 31 ม.ค.2567 ไม่ผูกพันการวินิจฉัยคดียุบพรรคก้าวไกล เนื่องจากเป็นคนละข้อหา และระดับโทษก็ต่างกันมหาศาล

การกระทำที่กล่าวหานั้นไม่ใช่การล้มล้าง ไม่อาจเป็นปฏิปักษ์ การเสนอแก้มาตรา 112 เป็นการกระทำตามรัฐธรรมนูญ เนื้อหาที่เสนอแก้ไขก็ไม่ใช่การล้มล้าง แต่อยากรักษาพระราชอำนาจและพระราชสถานะให้สถาบันอยู่เหนือการเมือง

อีกทั้งที่ผ่านมาการนำนโยบายแก้ไขมาตรา 112 ไปรณรงค์หาเสียง กกต.ไม่เคยห้าม นอกจากนี้ การแสดงความเห็นต่อที่สาธารณะทั้งการให้แก้ไข/ยกเลิก กระทำโดยสส.ไม่ใช่ในนามพรรค การเป็นนายประกันไม่ได้แสดงถึงเจตนาว่าจะไปทำผิด

การกระทำตามคำวินิจฉัยคดีก่อนหน้าไม่ใช่มติพรรค

โทษยุบพรรค ต้องพิจารณาอย่างระมัดระวังให้ได้สัดส่วนกับความรุนแรงของพฤติการณ์ ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นเครื่องมือทำลายหลักการพื้นฐาน และล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยเสียเอง

และต้องเป็นมาตรการสุดท้ายเมื่อจำเป็น ฉุกเฉินฉับพลัน และไม่มีทางอื่นแก้ไขในระบอบประชาธิปไตย

ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค

จำนวนปีในการตัดสิทธิ์ทางการเมืองต้องได้สัดส่วนกับความผิด

การพิจารณาโทษต้องสอดคล้องกรรมการบริหารพรรคในช่วงที่ถูกกล่าวหา เนื่องจากกกต.สั่งเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรคถึง 3 ชุด

ต่อมาวันที่ 12 มิ.ย. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้ กกต.ผู้ร้อง ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 17 มิ.ย.2567 และเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเสนอศาลรัฐธรรมนูญ กำหนดนัดพิจารณาต่อ 18 มิ.ย. 2567

13 มิ.ย. นายปกรณ์ มหรรณพ และนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กกต. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.แถลงตอบโต้พรรคก้าวไกล อ้าง 3 ประเด็น

เพราะคำวินิจฉัยคดีล้มล้างการปกครอง 31 ม.ค.2567 ทำให้กกต.ไม่สามารถทำอย่างอื่นได้

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร กกต.ไม่ยื่นก็ผิดกฎหมาย

การยื่นคำร้องทำตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ม.92 จึงไม่มีเหตุต้องไต่สวน ไม่ใช่การยื่นตามมาตรา 93 ที่ปรากฏต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งต้องไปรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน

18 มิ.ย. 2567 หลังศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดี โดยมีคำสั่ง 4 ข้อ ให้บุคคลเสนอบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริง หรือความเห็นล่วงหน้าต่อศาลรัฐธรรมนูญตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป

มีคำสั่งให้นำพยานเอกสารในสำนวนการไต่สวนคดีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 มารวมไว้ในสำนวนคดีนี้ เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

กำหนดนัดพิจารณาต่อไปในวันที่ 3 ก.ค. และกำหนดให้คู่กรณีเข้ามาตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 9 ก.ค.

วันที่ 9 ก.ค. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญนัดตรวจพยานหลักฐาน พรรคก้าวไกลจากที่ยื่นพยานบุคคลทั้งหมด 10 ปาก ได้ยื่นบันทึกถ้อยคำเพิ่มอีก 1 ปากคือ นายสุรพล นิติไกรพจน์ ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายมหาชน และที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ กกต.

12 ก.ค. เพจพรรคก้าวไกลโพสต์ความเห็นอาจารย์สุรพล ที่ทำบันทึกถ้อยคำและความเห็นต่อคดียุบพรรคก้าวไกลที่ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ใน 4 ประเด็น

คำร้องยุบพรรคก้าวไกลของ กกต.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่กระทำตามกระบวนการขั้นตอนพ.ร.ป.พรรคการเมือง ต้องถูกเพิกถอนไป และไม่สามารถอ้างคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 3/2567 มายื่นยุบพรรคก้าวไกล เนื่องจากเป็นคนละกรณีที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

การกระทำตามคำร้องในคดียุบพรรคก้าวไกลไม่ใช่การกระทำของพรรค แต่เป็นการกระทำในฐานะปัจเจกบุคคลหรือสส. ทั้งไม่ใช่การใช้อำนาจบังคับหรือใช้ความรุนแรง หรือใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง

การกระทำตามคำร้องให้ยุบพรรคก้าวไกล ล้วนเป็น การใช้อำนาจหน้าที่ ใช้สิทธิเสรีภาพที่อยู่ในวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญจึงไม่เป็นเหตุแห่งการยุบพรรค

พร้อมเสนอว่า การแก้ปัญหาทางการเมืองที่ซับซ้อนด้วยการยุบพรรคที่เป็นปฏิปักษ์ได้ใช้มาแล้วหลายครั้งโดยศาลรัฐธรรมนูญ แต่ละครั้งไม่ทำให้เกิดทางออกหรือช่วยคลี่คลายวิกฤต ตรงข้ามสถานการณ์เลวร้ายอยู่แล้วยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

14 ก.ค. ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเห็นว่าคดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้จึงยุติการไต่สวน และหากคู่กรณีประสงค์จะแถลงปิดคดีให้ยื่นเป็นหนังสือภายในวันพุธที่ 24 ก.ค. 2567 และนัดฟังคำวินิจฉัย 7 ส.ค.

ขณะที่ นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์อีก 3 วันต่อมา แม้เสียดายที่ไม่มีการเปิดไต่สวนในมุมมองผู้ถูกร้องเห็นว่าข้อเท็จจริงยังมีประเด็นปัญหาที่ควรไต่สวนให้ถึงที่สุด แสดงความเชื่อมั่นพรรคก้าวไกลจะไม่ถูกยุบ

7 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ประชุมปรึกษาหารือและลงมติ โดยนัดฟังคำวินิจฉัย เวลา 15.30 น.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน