รมว.ยุติธรรม เปิดงาน มหกรรมแก้หนี้ หนองคาย มุ่งปลดภาระผู้ค้ำ แก้หนี้กยศ.-แก้หนี้ครัวเรือน-แก้หนี้เกษตรกร สร้างโอกาสให้ประชาชน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 ก.ค. 2567 ที่จ.หนองคาย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วย นายนิยม เติมศรีสุข ผู้ช่วยรมว.ยุติธรรม และคณะที่ปรึกษากระทรวงยุติธรรม เดินทางไปร่วมงาน “มหกรรมแก้หนี้ สร้างวิถีแห่งความเป็นธรรม” ครั้งที่ 36 ณ โรงแรมหนองคายธาวิลล่า ต.มีชัย อ.เมืองหนองคาย

โดยมีนายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ สส.หนองคาย เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ น.ส.ชนก จันทาทอง สส.หนองคาย เขต 2 พรรคเพื่อไทย และนายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย พร้อมข้าราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ

พ.ต.อ.ทวี ในฐานะประธานพิธี กล่าวเปิดงานว่า วันนี้ตนไม่ได้มาคนเดียว แต่พาคณะทำงานมาช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องในสถานที่แห่งนี้ ซึ่งไม่ใช่แค่ชาว จ.หนองคาย แต่ยังรวมข้าราชการ เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดให้คลี่คลายได้มากที่สุด

จากที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายของรัฐบาล เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2566 สิ่งที่ประกาศไว้มีความชัดเจน ประการแรก “การนำทุกข์ของประชาชนออกไป” คือ การแก้ไขปัญหาหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือน ที่รวมถึงหนี้เกษตรกร และหนี้ต่างๆ ที่ไม่ใช่หนี้สาธารณะ

นอกจากนี้ ยังรวมถึงหนี้กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือหนี้ กยศ. ซึ่งได้ดำเนินการแล้ว เช่น การแก้หนี้นอกระบบ โดยมอบหมายกระทรวงมหาดไทยไปดำเนินการ แต่หนี้อีกประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นหนี้สินในระบบ ซึ่งวันนี้ กรมบังคับฯ มีการบังคับใช้กฎหมายในการบังคับคดีที่มีการตั้งเรื่องไว้มากกว่า 3 ล้านคดี ทุนทรัพย์หลายหมื่นล้าน มีการยึดทรัพย์เตรียมขายทอดตลาดอีกกว่า 7 แสนคดี

“ส่วนหนี้ กยศ. ผมเตรียมใช้โอกาสในการจัดเวทีนี้ มอบหมายอดีต ผู้บัญชาการ ป.ป.ส. พูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เพื่อวางยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาหนี้ก้อนนี้ ในพื้นที่ประมาณ 6.8 ล้านบาท เป็นหนี้ที่อยู่ระหว่างชำระหนี้ 3.8 ล้านบาท ให้ได้รับสิทธิ์ต่างๆ” รมว.ยุติธรรม กล่าว

รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมร่วมวางแผนกับ กยศ. ว่า ในกลุ่มผู้ค้ำประกันหนี้ประมาณ 3.8 ล้านบาท กระทรวงยุติธรรมจะพยายามหาแนวทาง เพื่อให้การค้ำประกันเป็นศูนย์ ซึ่งปัญหาหนี้กยศ. ในพื้นที่จ.หนองคาย มีหนี้ก้อนนี้ไม่มาก ก็หวังว่าจะผลักดันได้ในไม่เกินปลายปี

“ลูกหนี้ กยศ.ที่มางานนี้ ส่วนใหญ่ไม่ได้ห่วงตนเอง แต่ห่วงผู้ค้ำ ซึ่งเป็นพ่อแม่ผู้ปกครองเสียมากกว่า เพราะกังวลทรัพย์ของครอบครัว เป็นที่มาของเป้าหมายในการวางยุทธศาสตร์นี้ ซึ่งจะส่งผลต่อเป้าหมายของรัฐบาลด้วย” รมว.ยุติธรรม กล่าว

รมว.ยุติธรรม กล่าวต่อว่า ส่วนหนี้สินในส่วนอื่นๆ ไม่ว่าจะมาจากการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน หรือหนี้เช่าซื้อรถยนต์ หนี้บัตรเครดิต ซึ่งมหกรรมในครั้งนี้จะเป็นการใช้แนวทางของความยุติธรรมทางเลือก ความยุติธรรมสมานฉันท์

นอกจากนี้ยังมีมิติใหม่เกิดขึ้น คือ รัฐบาลจะสร้างให้ประชาชนมีรายได้เพียงพอ มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยการสร้าง 6 อ. คนต้องมีอาหารกิน มีอาชีพ มีโอกาส อัตลักษณ์ ต้องไม่ยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ ผ่านโครงการดิจิทัลวอลเว็ต 10,000 บาท เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน เศรษฐกิจท้องถิ่น

แตกต่างสิ้นเชิงจากเดิมงบประมาณที่กระจายสู่ท้องถิ่นไม่ถึง 3 เปอร์เซ็นต์จาก 3 ล้านล้านบาท ทำให้โครงการดิจิทัลวอลเล็ต ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในการนำงบประมาณกระจายลงท้องถิ่นอย่างแท้จริง ถือเป็นครั้งแรกที่คนในชุมชนจะได้รับตรงในเงินงบประมาณของรัฐ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน