กมธ.ขีดไทม์ไลน์วันออกเสียงพร้อมวันเลือกตั้ง ไม่เร็วกว่า60วัน ไม่ช้ากว่า150วัน เผย ‘อนุทิน’ ชงปรับเกณฑ์ผ่านประชามติ ต้องไม่ต่ำกว่า 1 ใน 4 ของผู้มีสิทธิออกเสียง
เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2567 นายนิกร จำนง เลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยความคืบหน้าของการประชุมหลังจากพิจารณามาแล้ว 4 ครั้ง
โดยนายนิกร กล่าวว่า ที่ประชุมมีข้อสรุปในประเด็นการกำหนดวันออกเสียงประชามติ ซึ่งร่างเดิมกำหนดให้ออกเสียงในวันเดียวกันกับวันเลือกตั้ง สส. ที่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป วันเลือกตั้งสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเนื่องจากดำรงตำแหน่งครบวาระ โดยได้กำหนดช่วงระยะเวลาเพิ่มเติม คือ กำหนดวันออกเสียงตามการเลือกตั้งดังกล่าวก็ได้ แต่ต้องไม่เร็วกว่า 60 วัน และไม่ช้ากว่า 150 วัน เพิ่มเข้ามาเพื่อให้เกิดความชัดเจน
นายนิกร กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นเกณฑ์การออกเสียงประชามติที่เป็นข้อยุตินั้น พบว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ได้ส่งความเห็นของกระทรวงมหาดไทยที่ขอให้แปรญัตติในประเด็นเกณฑ์ของผู้ออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ โดยขอให้ใช้เกณฑ์ไม่ต่ำกว่า 1 ใน 4 ของผู้มีสิทธิออกเสียง เพิ่มเติมจากเกณฑ์ผ่านประชามติที่ใช้เสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งของผู้ออกมาใช้สิทธิ
ทั้งนี้ ในความเห็นดังกล่าวนั้น ตนรับเป็นผู้แปรญัตติด้วย และต้องรอการพิจารณาของกมธ.อีกครั้ง เนื่องจากในประเด็นดังกล่าว ต่างจากตามเนื้อหาที่เสนอต่อสภาฯ ที่กำหนดให้ใช้เกณฑ์ผ่านประชามติ เพียงแค่เสียงข้างมากของผู้ออกมาใช้สิทธิออกเสียงเท่านั้น
นายนิกร กล่าวอีกว่า นอกจากนั้น กมธ.ยังได้รับหนังสือจากภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย (ภรป.) ที่เสนอต่อกมธ.เมื่อ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเสนอความเห็นต่อการจัดทำเนื้อหาหลายประเด็น อาทิ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และหน่วยงานรัฐ สนับสนุน อำนวยความสะดวกให้ประชาชน พรรคการเมือง องค์กรพัฒนาเอกชน สามารถแสดงความคิดเห็น ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในการทำประชามติ และรณรงค์รูปแบบต่างๆ
กำหนดให้มีอาสาสมัครการออกเสียงประชามติเพื่อความเที่ยงธรรม สุจริต เป็นต้น ซึ่งข้อเสนอของ ภรป. และยังขอให้ สภาฯ และวุฒิสภา เร่งพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติโดยเร็วเพื่อให้ทันต่อการออกเสียงประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ครั้งแรก พร้อมกับการเลือกนายก อบจ. ในวันที่ 3 ก.พ.2568 ด้วย