วิสุทธิ์ ยันไม่มีแผนสำรอง คดีนายกฯ มั่นใจ ‘เศรษฐา’ ทำงานต่อได้ ขณะที่ตำแหน่งรองประสภาฯ คนที่หนึ่ง ของ ‘ปดิพัทธ์’ หากก้าวไกลถูกยุบ ต้องหารือพรรคร่วมรัฐบาลก่อน

เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 30 ก.ค.2567 ที่รัฐสภา นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงาน (วิป) พรรคร่วมรัฐบาล กล่าวถึงศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคดีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เรื่องการแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี ในวันที่ 14 ส.ค.นี้ วิปรัฐบาลได้ประเมินและเตรียมแผนสำรองไว้หรือไม่ ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเตรียมแผนสำรอง เพราะมั่นใจมากว่าคดีของนายกฯ ไม่มีอะไร

เชื่อว่านายกฯ ทำถูกต้อง เพราะได้หารือกับทุกฝ่ายแล้ว ดังนั้น ต้องพิจารณาไปตามกระบวนการ ไม่ได้กังวลใดๆ ทั้งสิ้น จึงไม่มีแผนสำรอง

เมื่อถามว่าการกระทำของนายกฯ เป็นการกระทำผิดโดยสุจริตหรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า เป็นความสุจริตของนายกฯ และท่านไม่ได้ทำเองเพราะมีการหารือกับหลายฝ่าย แม้แต่กฤษฎีกาก็ได้หารือแล้ว แต่ในเมื่อมีปัญหา ต้องว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม มั่นใจว่านายกฯ จะทำงานให้ประชาชนต่อไปได้

ส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคดียุบพรรคก้าวไกลวันที่ 7 ส.ค.นี้ หากศาลวินิจฉัยให้ยุบพรรคก้าวไกล จนส่งผลกระทบต่อ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนหนึ่ง ซึ่งเป็นอดีตกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลในขณะนั้น ต้องหลุดจากรองประธานสภาฯ หรือไม่ นายวิสุทธิ์กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องว่าไปตามกระบวนการ เหตุยังไม่เกิด

จริงๆ แล้วไม่อยากก้าวก่ายไปพูดถึงเรื่องพรรคอื่นที่จะทำให้เกิดความเสียหาย และโดยมารยาทที่ดีของการเป็นพรรคการเมือง ไม่ควรไปก้าวก่ายพรรคอื่น เพราะจะทำให้บาดหมางกัน ฉะนั้น ขอให้ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม เมื่อถึงเวลาค่อยว่ากัน

เมื่อถามว่าเมื่อเกิดปัญหาจริงๆ พรรคเพื่อไทยเตรียมบุคคลมานั่งตำแหน่งรองประธานสภาฯหรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ถ้ามีปัญหาก็ค่อยมาว่ากัน ต้องดูตามความเหมาะสมของสัดส่วนต่างๆ เพราะรัฐบาลมีทั้งพรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ การเป็นรัฐบาลจะตัดสินใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยพรรคเพื่อไทยอย่างเดียวไม่ได้

ดังนั้น เมื่อเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องปรึกษาหารือกันเพื่อความเหมาะสม และความสง่างาม ซึ่งไม่ได้คิดไปไกลว่าพรรคก้าวไกลจะถูกยุบ แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม เป็นสิ่งที่ประชาชนติดตามอยู่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน