โรม ขออย่าโฟกัส ก้าวไกลถูกยุบ มั่นใจข้อกฎหมาย-เพื่อนสส.ทุกคนจะอยู่กับพรรค ชี้ ‘พรรคสำรอง-ศิริกัญญา’ พร้อมนั่งหัวหน้า แค่เตรียมทั่วไป จวก ‘ทักษิณ’ ไหนบอกกลับมาเลี้ยงหลาน
เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 30 ก.ค.2567 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยคดียุบพรรคก้าวไกล วันที่ 7 ส.ค.นี้ ว่า เราเชื่อมั่นว่าถ้าว่ากันตามข้อกฎหมาย พยานหลักฐานต่างๆ กระบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่น่าจะยุบพรรคได้ การที่พรรคถูกยุบง่ายๆ ไม่ใช่สิ่งที่สังคมไทยอยากเห็น การยุบพรรคควรหมดไปได้แล้วจากพ.ศ.นี้ จึงคาดหวังวันที่ 7 ส.ค. จะเป็นวันที่สังคมไทยจะไม่มีการยุบพรรคอีกต่อไป
“สิ่งสำคัญที่พรรคก้าวไกลอยากบอกสังคมคือ การยุบพรรคไม่ควรเกิดขึ้นอีกต่อไป หากพรรคถูกทำลายลง ไม่สามารถมีพื้นที่ต่อไปในสังคมหรือในวงการการเมืองได้ ก็ควรมาจากการที่ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ขอให้การยุบพรรคเกิดขึ้นโดยประชาชน เราควรให้ประชาชนเป็นคนวินิจฉัยเองว่านโยบายแบบไหน พรรคแบบไหนที่เขาต้องการ” นายรังสิมันต์ กล่าว
ส่วนที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล แสดงความพร้อมจะเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่นั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เป็นแค่การพูดถึงความพร้อมทั่วไป แต่เบื้องต้นวันที่ 7 ส.ค.นี้อยากให้สังคมโฟกัส ว่าไม่ควรมีการยุบพรรคอีกแล้ว วันนี้การยุบพรรคยังมาไม่ถึง แต่ทุกคนพูดเหมือนกับว่าก้าวไกลต้องถูกยุบแน่นอน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจอยากให้เป็นแบบนี้
เราไม่ได้ละเมิดกฎหมายใดๆ เมื่อไปดูกระบวนการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็มีปัญหาจริงๆ แต่วันนี้สังคมมาโฟกัสก้าวไกลถูกยุบ จนลืมไปว่ามีการใช้อำนาจวิธีการบางอย่างที่อาจไม่ถูกต้องตามกฎหมายหรือเปล่า จึงอยากให้สังคมช่วยกันโฟกัสและช่วยดู ว่ากระบวนการที่กกต.ทำไป ถูกต้องหรือไม่
“คำถามสำคัญคือกระบวนการที่เกิดขึ้น เป็นกระบวนการที่ชอบด้วยกฎหมายให้ความเป็นธรรมกับเราในฐานะพรรคการเมือง และให้ความเป็นธรรมกับประชาชนที่เลือกตั้ง 14 ล้านเสียงหรือไม่ ผมยังมั่นใจในข้อกฎหมายและเพื่อนสส.ก้าวไกลที่จะอยู่กับพรรคต่อทุกคน” นายรังสิมันต์ กล่าว
ส่วนในเดือนส.ค.ที่มีหลายคดี จะเกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองอย่างไรนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า กรณีนายเศรษฐา ทวีสิน จะสิ้นสุดความเป็นนายกฯ ก็ไม่ควรเป็นโดยกลไกที่ใช้ศาล กรณีตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีนั้น ส่วนตัวมองว่าไม่เหมาะสม ด้วยข้อครหาที่เกิดขึ้น แต่ถึงขนาดว่านายเศรษฐา ต้องพ้นจากนายกฯ ในเรื่องนี้เลยหรือไม่ ก็อาจจะเกินไป ตนคิดว่าสุดท้ายควรใช้กระบวนการทางการเมือง เมื่อตั้งคนที่ไม่เหมาะสม ไม่มีคุณสมบัติที่ดีพอเป็นรัฐมนตรี ประชาชนก็ควรได้สิทธิ์วิจารณ์ และมีมาตรการทางการเมืองตามมา ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีที่สุด
เมื่อถามถึงความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเดือนส.ค.และมีสมการของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มาเกี่ยวข้อง นายรังสิมันต์ กล่าวว่า การเมืองเปลี่ยนแปลงไปในทุกช่วง เราก็เห็นว่าสุดท้ายนายทักษิณไม่ได้กลับมาเลี้ยงหลาน แต่เข้ามามีบทบาทการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ และไม่ทราบว่าสุดท้ายจะไปสุดที่ตรงไหน
“เห็นว่าพระอาทิตย์มีดวงเดียว ถ้าจะมีพระอาทิตย์ 2 ดวงก็ไม่รู้จะอยู่กันอย่างไร มันเป็นความยากที่รัฐบาลเศรษฐา ต้องบริหารจัดการ เพราะความยากตรงนี้หมายถึงบรรดาข้าราชการต่างๆ ที่อยู่ภายใต้รัฐบาลนี้ควรต้องคิดแล้วว่าต้องฟังใคร จะมองไปที่บ้านจันทร์ส่องหล้า หรือมองไปที่คำสั่งของนายเศรษฐา เราไม่รู้ว่าตอนนี้ใครมีอำนาจที่แท้จริงในรัฐบาลชุดนี้” นายรังสิมันต์ กล่าว