เปิดไทม์ไลน์ ลำดับเหตุการณ์ คดียุบพรรค ก้าวไกล ก่อนศาลรัฐธรรมนูญ นัดชี้ชะตา 7 ส.ค.นี้

วันที่ 5 ส.ค. 2567 สืบเนื่องจากกรณี ศาลรัฐธรรมนูญ นัดลงมติและอ่านคำวินิจฉัย คดียุบพรรคก้าวไกล และตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ในวันที่ 7 ส.ค. นั้น เราจะมาย้อนลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

30 พ.ค. 2566

  • นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความของอดีตพระพุทธอิสระ เข้ายื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุด (อสส.) ขอให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีคำวินิจฉัยสั่งการให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และพรรคก้าวไกล เลิกกระทำการใดๆ เพื่อยกเลิกหรือแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เข้าข่ายปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อขอให้อัยการสูงสุดร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำของนายพิธาและพรรคก้าวไกล

16 มิ.ย. 2566

  • นายธีรยุทธ สุวรรณเกษตร อดีตทนายความของอดีตพระพุทธอิสระ ยื่นคำร้องตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยสั่งให้ นายพิธา และพรรคก้าวไกล เลิกการกระทำที่เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพอันอาจจะนำไปสู่การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

12 ก.ค. 2566

  • ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องของนายธีรยุทธ สุวรรณเกษตร ดังกล่าว พร้อมให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล ยื่นคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน

12 ส.ค. 2566

  • ศาลรัฐธรรมนูญเลื่อนการพิจารณาคดีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เนื่องจากอยู่ในช่วงที่มีคำสั่งขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาให้กับนายพิธา และพรรคก้าวไกล

26 ก.ย. 2566

  • นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา พร้อมบัญชีระบุพยานต่อศาลรัฐธรรมนูญ

25 ธ.ค. 2566

  • ศาลรัฐธรรมนูญ นัดไต่สวนพยานบุคคล กรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล ถูกร้องว่าล้มล้างการปกครองหรือไม่ จากการเสนอร่างกฎหมายยกเลิก ม.112 โดยศาลนัดฟังคำวินิจฉัย วันที่ 31 ม.ค. 2567

31 ม.ค. 2567

  • ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ในขณะนั้น) และพรรคก้าวไกล เสนอแก้ไขมาตรา 112 พร้อมทั้งรณรงค์และนำไปหาเสียงเลือกตั้ง สส. เข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหาษัตริย์เป็นประมุข พร้อมสั่งให้ยุติการกระทำทุกอย่างเกี่ยวกับการแก้ไขมาตรา 112 รวมทั้งเตือนทุกฝ่ายอย่าละเมิดอำนาจศาล

1 ก.พ. 2567

  • นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ในฐานะผู้ร้องศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยยุติการกระทำของพรรคก้าวไกล กรณีหาเสียงแก้ไขมาตรา 112 เข้ายื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้พิจารณายุบพรรคก้าวไกล เช่นเดียวกับนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ที่ขอให้ กกต.พิจารณาส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญให้มีการยุบพรรคก้าวไกลในประเด็นเดียวกัน

12 มี.ค. 2567

  • กกต. มีมติโดยเอกฉันท์ ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล พร้อมตัดสิทธิคณะกรรมการบริหารพรรค โดยคำร้องดังกล่าวเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยเป็นมติเอกฉันท์ เมื่อ 31 ม.ค.2567 ว่า การที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ในขณะนั้น และพรรคก้าวไกล เสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่…) พ.ศ. เพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยใช้เป็นนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง และยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่ง และสั่งให้หยุดการกระทำ

18 มี.ค. 2567

  • กกต. ได้ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยสั่งยุบพรรคก้าวไกล และตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ E-filing ถึงศาลรัฐธรรมนูญแล้ว

3 เม.ย. 2567

  • ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้พิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล โดยให้ผู้ถูกร้องส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง

17 เม.ย. – 15 พ.ค. 2567

  • ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามที่พรรคก้าวไกลขอรวม 3 ครั้ง ครั้งละ 15 วัน รวมขยายเวลา 45 วัน

17 ก.ค. 2567

  • ศาลรัฐธรรมนูญ ระบุมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวน พร้อมนัดฟังคำวินิจฉัยคดียุบพรรคก้าวไกล วันที่ 7 ส.ค.นี้ เวลา 15.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี ชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์

2 ส.ค. 2567

  • พรรคก้าวไกล แถลงปิดคดียุบพรรค โดยย้ำถึง 9 ข้อต่อสู้ ทั้งในแง่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ประกอบด้วย 1.ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย
  • 2.การยื่นคำร้องนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
  • 3.คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 ไม่มีผลผูกพันในการพิจารณาวินิจฉัยคดีนี้
  • 4.นอกจากการเสนอนโยบายแก้ไขกฎหมายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แล้ว การกระทำอื่นตามคำร้องมิได้เป็นการกระทำของพรรคก้าวไกล
  • 5.การกระทำตามที่ กกต.กล่าวหา มิได้เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเป็นการกระทำอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  • 6.ศาลรัฐธรรมนูญไม่ควรยุบพรรคก้าวไกล
  • 7.แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งยุบพรรค ก็ไม่มีอำนาจกำหนดระยะเวลาการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรค
  • 8.การกำหนดระยะเวลาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคต้องพอสมควรแก่เหตุ
  • 9.การเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งต้องเพิกถอนเฉพาะของกรรมการบริหารพรรคที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน