‘อ.ยุทธพร’ ฟันธง ‘นายกฯ เศรษฐา’ รอดคดี 40 สว. ยื่นสอยแน่ ชี้ ดูจากภาพแห่งปี และข้อกฎหมาย ไม่มีอะไรน่ากังวล

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2567 นายยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ให้สัมภาษณ์ในรายการ ‘อยากมีเรื่องคุย’ ของข่าวสดออนไลน์ กรณีศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย คดี 40 สว. ยื่นถอดถอน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จากกรณีแต่งตั้ง นายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 14 ส.ค.นี้ แนวโน้มคำวินิจฉัย นายกฯ จะรอดคดีหรือไม่

โดยนายยุทธพร กล่าวว่า ตนยังให้น้ำหนักไปในทางที่นายเศรษฐาน่าจะได้ไปต่อ เนื่องจากข้อกฎหมายและประเด็นทางการเมือง สำหรับเรื่องข้อกฎหมายนั้น ประเด็นแรก 40 สว. มีอำนาจยื่นได้หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องมีการวางกรอบหรือวางหลัก

เพราะอำนาจที่จะยื่นตามมาตรา 82 นั้น ยังคงมีอยู่ แม้ว่า 250 สว. จะหมดวาระไปแล้ว ซึ่ง 200 สว.ชุดปัจจุบัน ยังสามารถใช้สิทธิ์ตามมาตรา 82 ได้อยู่ หากในอนาคต 200 สว. ครบวาระ และปฏิบัติหน้าที่ต่อ จนกว่าจะมี สว.ชุดใหม่ จะสามารถทำได้หรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องวางหลัก

ทั้งนี้ หากพิจารณาเรื่องข้อกฎหมาย การที่ สว.ปฏิบัติหน้าที่ เป็นคนละเรื่องกับการมีสิทธิ์ โดยมาตรา 82 ของรัฐธรรมนูญ ระบุว่า สส.และสว. มีสิทธิ์ยื่นเรื่องตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้

แต่เรื่องของสิทธิ์นั้น ไม่ได้เป็นเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อสว.ครบวาระก็จะปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมี สว.ชุดใหม่ เข้ามา ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่นั้น อาจจะตีความได้หรือไม่ ว่าคือการใช้สิทธิ์ทำได้หรือไม่ ต้องรอดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวางหลักอย่างไร

ประเด็นที่ 2 เรื่องคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม กรณีนายพิชิตไม่ได้เป็นเรื่องคำพิพากษา แต่เป็นเรื่องคำสั่งศาล ซึ่งไม่สามารถอุทธรณ์ได้ เพราะเหตุเกิดในศาลฎีกาจึงไม่เปิดโอกาสให้อุทธรณ์ จึงเป็นประเด็นที่ยังมีความไม่ชัดเจน นอกจากนี้ เรื่องกระบวนการในการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งศาลที่มีคำสั่งจำคุกนั้น ก็มีระยะเวลาเกินกว่าที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ คือ 10 ปีแล้ว

ประเด็นที่ 3 เรื่องกระบวนการเสนอแต่งตั้งบุคคลนั้น นายเศรษฐาได้หารือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขณะเดียวกันสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก็ได้ตรวจสอบคุณสมบัติด้วย ดังนั้น เรื่องการดำเนินการที่นายเศรษฐาต้องทำนั้น ทำได้ครบทุกขั้นตอน ได้ใช้ความระมัดระวังเรียบร้อย

ประเด็นสุดท้าย เรื่องข้อกฎหมายที่พูดถึงมาตรฐานจริยธรรมทางการเมือง ค่อนข้างมีความเป็นนามธรรมสูงมาก การจะตีความว่าอย่างไรคือมาตรฐานจริยธรรม ก็จะเป็นประเด็นอีกว่า เรื่องมาตรฐานจริยธรรมในการเสนอชื่อบุคคลจะเข้าข่ายหรือไม่ เพราะปกติการเสนอชื่อบุคคลไม่ได้เป็นเรื่องการกระทำความผิด แต่เป็นการตีความข้อกฎหมายที่อาจจะแตกต่างกัน

ยกตัวอย่าง บางครั้งศาลชั้นต้นมีคำวินิจฉัยอย่างไร ศาลอุทธรณ์ก็มากลับ แก้ ยืน ก็ไม่ได้เป็นอะไรที่ผิดจริยธรรม เพราะเป็นกระบวนการในการตีความข้อกฎหมายที่ต่างกัน การที่นายเศรษฐาเสนอชื่อนายพิชิต อาจถือว่าเป็นการมองในมุมกฎหมายที่ต่างกัน ไม่ได้เป็นเรื่องผิดจริยธรรม ฉะนั้น ประเด็นข้อกฎหมายค่อนข้างชัดเจนว่านายเศรษฐามีโอกาสรอด

ส่วนในมุมการเมือง คงเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นจากภาพแห่งปี ที่มีการพบปะกันระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ในฐานะอดีตนายกฯ กับนายเศรษฐา รวมถึงการทักทายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย สัมพันธภาพแต่ละท่านเป็นไปในทิศทางเชิงบวก ในมุมการเมืองคงไม่มีอะไรที่น่ากังวลเช่นเดียวกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน