โผครม.ยังไม่สะเด็ดน้ำ สลค.ขอยืดเวลาตรวจสอบคุณสมบัติเข้ม 2 สัปดาห์ ชี้หลายคนรู้ตัวเสี่ยงหลุดหาคนสำรอง ล่าสุด ธรรมนัส ได้ 3 เก้าอี้ มีเงื่อนไขดึง สันติ ร่วม สะพัด ปชป.เสียบเพิ่มได้ 2 เก้าอี้
วันที่ 21 ส.ค.2567 สำหรับความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หรือครม.อิ๊งค์ 1 นั้น จนถึงเช้าวันนี้ มีรายงานว่ารายชื่อของบุคคลที่จะถูกเสนอเป็นรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยังไม่ถึงมือนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งภายในของพรรคพลังประชารัฐ
แหล่งข่าวยืนยันว่า ท้ายที่สุดแล้วในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ แม้จะมีความขัดแย้งกันภายในแบ่งเป็น 2 ฝ่ายแต่มีวิธีการที่จะส่งรายชื่อมาในนามพรรคพลังประชารัฐได้
เมื่อแต่ละพรรคในพรรคร่วมรัฐบาลได้ทยอยส่งชื่อบุคคลที่คาดว่าจะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีมายังเลขาธิการนายกรัฐมนตรีแล้ว จะส่งต่อไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งในครั้งนี้มีความเข้มข้นมากกว่าเดิม
โดยเลขาธิการครม.จะส่งประวัติของทุกคนไม่ว่าจะเป็น อดีตรัฐมนตรีหรือคนใหม่ที่จะมาเป็นรัฐมนตรี ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบด้วย อาทิ เช่น คณะกรรมการกำกับการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เป็นต้น ซึ่งจะต้องตรวจตั้งแต่ประวัติอาชญากรรม บัญชีทรัพย์สินหนี้สิน หุ้นตามบริษัทต่างๆ เป็นต้น
ทั้งนี้ หลังจากมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน แต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน จนทำให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น ยิ่งมีความเข้มข้นมากขึ้นโดยเฉพาะบุคคลที่เคยต้องคดี แม้จะพ้นคดีแล้วก็ตาม แต่ต้องส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบอีกครั้ง
ซึ่งบุคคลที่เข้าข่ายจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการทั้งหมดว่าสามารถดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีได้ อาจทำให้การตรวจสอบคุณสมบัตินานขึ้นเป็นพิเศษ เดิมใช้เวลา 3-4 วัน แต่ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอขยายเวลาออกไป 2 สัปดาห์หรืออาจจะนานกว่านั้น ซึ่งทุกคนที่เข้าข่ายก็ทราบดี และหากรายชื่อถูกตีกลับ ทุกคนก็เข้าใจ
ทั้งนี้ จากความเข้มข้นของการตรวจสอบคุณสมบัตินั้น ทำให้มีรายงานข่าวว่า ได้เตรียมรายชื่อสำรอง สำหรับบุคคลที่อาจจะไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติไว้แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐ เช้าวันนี้ เบื้องต้น มีข้อสรุปว่าจะได้สัดส่วนของครม.จำนวน 3 ที่นั่งคือมาจากกลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า โดยมีเงื่อนไขว่ากลุ่มของนายสันติ พร้อมพัฒน์ ทั้งหมด 6 เสียงจะต้องมารวมกับกลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส
จากปัญหาความขัดแย้งภายในของพรรคพลังประชารัฐ ทำให้มีรายงานว่า พรรคประชาธิปัตย์ คือ หนึ่งในตัวเลือกที่จะมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเสริมเสถียรภาพและความแข็งแกร่งของรัฐบาล ซึ่งมีรายงานว่าพรรคประชาธิปัตย์จะได้โควตารัฐมนตรีจำนวน 2 ที่นั่ง
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง