ทวี สอดส่อง มอบรางวัลประกวดแข่งขันสวนสนาม ผู้ต้องขังทั่วประเทศ รอบชิงชนะเลิศ ที่ทัณฑ์สถานวัยหนุ่มกลางคลองหก
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ส.ค.67 ที่ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการประกวดแข่งขันสวนสนามผู้ต้องขังทั่วประเทศ รอบชิงชนะเลิศ โดยมีนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วยนายอัสนีย์ สังขเนตร ผู้อำนวยการทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง และคณะผู้บริหาร ผู้บัญชาการเรือนจำ และผู้อำนวยการทัณฑสถาน เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์เรือนจำทัณฑสถานและญาติผู้ต้องขังเข้าร่วมพิธีดังกล่าว
นายสหการณ์ กล่าวว่า การจัดการประกวดแข่งขันสวนสนามผู้ต้องขังเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศในครั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมนโยบายยกระดับความมั่นคงปลอดภัย ให้ความสำคัญกับการฝึกระเบียบ วินัยให้แก่ผู้ต้องขัง พัฒนาศักยภาพผู้ต้องขังให้เป็นผู้มีระเบียบวินัย เคารพ และให้เกียรติต่อผู้อื่น รวมถึงส่งเสริมสุขภาพร่างกายให้มีความแข็งแรง นอกจากนี้เป็นการแสดงถึงความมีระเบียบวินัย ความกล้าหาญ อดทน และเสริมสร้างความสามัคคีโดยการฝึกบุคคลท่ามือเปล่า บุคคลแถวชิด การฝึกขบวนสวนสนามให้เกิดความพร้อมเพรียง ถูกต้องตามระเบียบการสวนสนาม ในการประกวดแข่งขันรอบแรกระดับเขต จัดประกวดตามภูมิภาคต่างๆ จำนวน 10 เขต เพื่อคัดเลือกตัวแทนเข้าประกวดการแข่งขันในวันนี้
ได้แก่ เขต 1 เรือนจำกลางสมุทรปราการ เขต 2 เรือนจำกลางระยอง เขต 3 เรือนจำกลางคลองไผ่ เขต 4 เรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต 5 เรือนจำกลางเชียงราย เขต 6 เรือนจำกลางพิษณุโลก เขต 7 เรือนจำกลางราชบุรี เขต 8 เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี เขต 9 เรือนจำกลางสงขลา และเขต 10 ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง ซึ่งมีผู้ต้องขังทั่วประเทศกว่า 600 คนมาเข้าร่วมการแข่งขันร่วมกับเจ้าหน้าที่บังคับกอง 10 นาย พลธง 10 นาย พลป้าย 10 นาย
โดยเรือนจำและทัณฑสถาน ที่ชนะการแข่งขันจะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ และเงินรางวัล แบ่งเป็นรางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 50,000 บาท รองชนะเลิศอันดับที่ 1 เงินรางวัล 30,000 บาท รองชนะเลิศอันดับที่ 2 เงินรางวัล 20,000 บาท ตามลำดับ และในวันนี้ กรมราชทัณฑ์ ยังได้เปิดโอกาสให้ญาติผู้ต้องขังที่เข้าร่วมการแข่งขันสวนสนาม ได้เข้ามาชมการประกวด เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้เข้าร่วมประกวด รวมถึงเป็นการแสดงศักยภาพของตนเอง ในการมุ่งมั่นฝึกฝนระเบียบวินัยสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ญาติ
กิจกรรมดังกล่าวนับเป็นเครื่องมือหนึ่งที่กรมราชทัณฑ์ นำมาใช้ในการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ คุณธรรม และจริยธรรม ปลูกฝังความเป็นผู้นำ และผู้ตามที่ดี ฝึกฝนความอดทน ความมีระเบียบ วินัย ความสามัคคี และการเสียสละผลประโยชน์ส่วนตนเพื่อส่วนรวม ประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ โดยเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น นอกจากนี้ยังสามารถนำประโยชน์ที่ได้จากการสวนสนามไปปรับใช้ในชีวิตภายหลังพ้นโทษและไม่หวนกลับมากระทำผิดซ้ำอีกเพี่อคืนคนดีมีคุณค่าสู่สังคมต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการตัดสินประกวดแข่งขันสวนสนามผู้ต้องขังทีมที่ชนะเลิศ เขต 2 เรือนจำกลางระยอง ได้รับถ้วยเกียรติยศและเงินรางวัล 50,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 ทัณฑ์วัยหนุ่มกลาง รับถ้วยเกียรติยศและเงินรางวัล 30,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2 เรือนจำกลางสมุทรปราการรับ่ถ้วยเกียรติยศและเงินรางวัล 20,000 บาท ซึ่งสร้างความดีใจแก่ผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่บังคับกอง พบธง พลป้าย และญาติที่เข้าแสดงความยินดี
ด้านพ.ต.อ.ทวี กล่าวให้โอวาสและกำลังผู้ต้องขังตอนหนึ่งว่า ในช่วงเวลาไม่มากนักได้แสดงให้เห็นแล้วว่า เรามีศักยภาพไม่แพ้หน่วยงานป้องกันประเทศ และที่สำคัญก็คือสถานที่แห่งนี้ เป็นสถานที่ศึกษาเป็นเรือนจำเพื่อการศึกษา การเปลี่ยนมนุษย์จากคนไม่รู้ ให้เป็นคนมีความรู้ การเปลี่ยนมนุษย์จากคนที่อาจจะเรียกว่า เป็นคนไม่มีคุณธรรมให้เป็นคนที่มีคุณธรรม ไปถึงขนาดการเปลี่ยนคนที่ผ่านการกระทำผิดให้กลับเป็นคนดี ตนเห็นว่าต้องเปลี่ยนด้วยการศึกษา พวกเราทุกคนมองพวกที่ก้าวพลาดไม่ได้มองเป็นการซ้ำเติม แต่มองอย่างให้โอกาส
“ถ้าผู้ที่นับถือศาสนาพุทธเราจะเห็นว่า แม้แต่องคุลีมาลจะทำความผิดมายาวนานองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ยังให้โอกาสยังสำเร็จเป็นพระอรหัน ผมขอให้กำลังใจทางท่านอธิบดี ท่านผู้บริหาร ผบ.เรือนจำ และผู้ต้องราชทัณฑ์ตลอดจนครอบครัวผู้ต้องขังที่มาร่วมพิธีในวันนี้ ผมถือว่าในวันนี้เป็นวันที่เราจะต้องจดจำว่าสถานที่แห่งนี้ทุกท่านได้มาเป็นตัวแทนของคนสามแสนคนที่แสดงให้เห็นว่าเรา เรายังมีคนที่มีคุณค่า และพร้อมที่จะไปพัฒนาประเทศ สร้างความเจริญรุ่งเรืองอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ต้องชื่นชมกองกำลังผสมของเรือนจำ และทันฑสถานทั้ง 10 กองร้อยที่มีความพร้อมเพรียงเป็นระเบียบสง่างาม นอกจากนี้ขอขอบคุณหน่วยงานทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง รวมทั้งคณะเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกหน้าที่ตลอดจนคณะกรรมการตัดสินการประกวดครั้งนี้ขอพระบารมีองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระล้นเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชชินี ได้โปรดคุ้มครองอำนวยพรชัยให้ทุกท่านมีความเจริญประสบแต่ความสุขความสำเร็จโดยทุกปราการ”





