ชัยชนะ โต้ ‘ก่อแก้ว’ ป้อง 3 ผู้เฒ่าปชป. บอกเป็นไม้บรรทัดเหล็ก เที่ยงตรง ซัดกลับให้ศึกษาก่อนวิจารณ์ เชื่อไม่เป็นปัญหาร่วมงานเพื่อไทย แนะเลิกพูดเรื่องสีเสื้อ แจงปีก่อนตรวจสอบชั้น 14 วันนี้ร่วม รบ. เป็นคนละส่วนกัน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 ส.ค.2567 ที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวตอบโต้นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ระบุว่านายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐานและนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นไม้แก่ดัดยากว่า การมีมารยาทในการร่วมรัฐบาลคือเราต้องไม่วิจารณ์กัน เพราะทั้ง 3 คน เป็นคนที่พรรคให้ความเคารพ

ส่วนที่บอกว่าเป็นไม้แก่ดัดยากนั้น จริงๆ ทั้ง 3 คนเป็นไม้บรรทัดเหล็กที่มีความเที่ยงตรงในการทำงานอยู่ตลอดเวลา จึงอยากฝากบอกนายก่อแก้ว ว่าการวิพากษ์วิจารณ์ถึงบุคคลภายในพรรคอื่น ต้องทบทวนและรู้จักมารยาทก่อน รวมถึงต้องศึกษาบุคคลเหล่านั้นให้ดีก่อน

เมื่อถามว่าจะเป็นผลกระทบต่อการทำงานพรรคเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ในอนาคตหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า มองว่าไม่เป็นปัญหา เมื่อเขาเทียบเชิญมา เราจะประชุมวันนี้ มีมติออกมาเช่นไร เราก็ยึดมติพรรคเป็นหลัก คิดว่าการทำงานร่วมกันในวันข้างหน้าไม่ยาก แต่วันนี้ต้องทำความเข้าใจกันในบางส่วนที่ยังไม่เข้าใจกัน ซึ่งทุกฝ่ายเรียกร้องว่าประเทศต้องหมดความขัดแย้ง หากเรายังยึดติด ยืนอยู่กับความขัดแย้งในอดีต ประเทศก็จะเดินหน้าไม่ได้

“ผมคิดว่าวันนี้อย่าพูดเรื่องสีเสื้อเลย วันนี้เมื่อประชาธิปัตย์ได้รับเทียบเชิญและจะถามมติ กลับมาบอกว่าประชาธิปัตย์มีปัญหาและลืมอุดมการณ์หรือไม่ ก่อนที่พรรคเพื่อไทยจะร่วมกับประชาธิปัตย์นั้น ก็ร่วมกับพรรคหนึ่งเหมือนกันทำไมถึงไม่พูด การจัดตั้งรัฐบาลไม่มีสูตรสำเร็จ คิดว่าวันนี้เราต้องหันหน้าเข้าหากันและสร้างการเมืองแบบสร้างสรรค์ และเดินหน้าประเทศไทยที่มีความยั่งยืน” นายชัยชนะ กล่าว

เมื่อถามว่าที่ประชุมพรรควันนี้จะลุล่วงไปได้ดีหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า ตอบไม่ได้ สุดท้ายต้องจบด้วยการโหวต และหากมติการร่วมรัฐบาลผ่าน ก็จะเสนอพิจารณาบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ทั้งนี้ อย่ามองว่าพรรคมี 21 เสียง เรามี 25 เสียง

เมื่อถามถึงนายชวน ระบุมีการแสวงหาผลประโยชน์ภายในพรรคหมายถึงใคร นายชัยชนะ กล่าวว่า ขอไม่ให้ความเห็น ต้องถามจากนายชวนเอง เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่ในพรรค

ส่วนการถกเถียงในพรรควันนี้จะนำไปสู่การเกิดแรงกระเพื่อมรอบใหม่หรือไม่นั้น ตนคิดว่าหากจะมองว่าเรามีความขัดแย้งกับพรรคเพื่อไทย นั่นเป็นการต่อสู้กันในอดีต แต่วันนี้สถานการณ์การต่อสู้เปลี่ยนไปแล้ว ประเทศต้องเดินหน้า และหากพรรคเข้าร่วมรัฐบาล เราก็มีเงื่อนไขว่าต้องทำอะไรในนโยบายของเราได้บ้าง อย่างหนึ่งที่ต้องเสนอคือ การแก้ปัญหาสินค้าการเกษตร การพัฒนาภาคใต้

เมื่อถามว่าในฐานะพรรคฝ่ายค้านได้บอกลาพรรคประชาชนแล้วหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า การเมืองไม่ใช่การจากลา ตนคิดว่าทุกพรรคก็อยากเป็นรัฐบาลทั้งหมด การเมืองต้องเอาข้อเท็จจริงมามาพูดกัน

ส่วนที่โซเชียลแซวว่าปีที่แล้วนายชัยชนะยังไปที่โรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 แต่รอบนี้มาร่วมรัฐบาลแล้ว นายชัยชนะกล่าวว่า ตนคิดว่าคนละบทบาทหน้าที่กัน ซึ่งตนเป็นประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร สิ่งไหนที่สังคมสงสัย เคลือบแคลง ตนก็ต้องไปหาข้อเท็จจริง

นายชัยชนะ กล่าวอีกว่า วันนี้หากตนอยู่ร่วมรัฐบาลแล้ว หากรัฐบาลทำอะไรไม่ถูกต้อง ตนต้องชี้แนะหรือแนะนำ ไม่ใช่การอยู่ร่วมรัฐบาลแล้ว จะตาบอด หูหนวก ฟังอะไรไม่ได้ สิ่งไหนผิดก็ต้องผิด สิ่งไหนถูกก็ต้องถูก หากพรรคประชาธิปัตย์ผิด พรรคเพื่อไทยก็แนะนำได้ อย่ามองว่าปีที่แล้ว ตนไปทำงานอีกแบบแล้ววันนี้มาร่วมรัฐบาล หากเป็นเช่นนั้นบางพรรคเคยทำรัฐประหาร ปฏิวัติ แล้ววันนี้มาร่วมรัฐบาล ในครั้งก่อนทำไมจึงไม่ถาม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน