สุทิน ทิ้งทวน ฉะคนปล่อยข่าวกองทัพไม่พอใจ ถูกการเมืองล้ำเส้น ออกกฎหมายสกัดรัฐประหาร เปรียบแหย่เสือ ทำผู้ใหญ่ในพรรคเป็นห่วง
เมื่อวันที่ 2 ก.ย.2567 ที่โรงแรมคิงปาร์ค อเวนิว กรุงเทพฯ นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม เป็นประธานเปิดงานครบรอบปีที่ 59 ของสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย พร้อมบรรยายพิเศษหัวข้อ “สื่อกับความมั่นคง” ตอนหนึ่ง ว่า วันนี้ปัญหาความมั่นคงของชาติถือเป็นภัยคุกคามใหม่มาจากหลายทิศทาง ไม่ว่าอาชญากรรมข้ามชาติ ปัญหายาเสพติด ปัญหาโรคระบาด ภัยทางความคิดที่เกิดจากช่องว่างระหว่างวัย จึงเป็นหน้าที่สื่อที่จะช่วยสังคมไทยและช่วยภารกิจงานด้านความมั่นคงของชาติ สร้างความเข้าใจระหว่างวัย
ตนเพิ่งประสบปัญหากับตัวเองเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน กรณีมีกลุ่มคนบางกลุ่มพยายามปล่อยข่าวว่า กองทัพรู้สึกไม่พอใจบทบาทฝ่ายการเมืองที่ล้ำเส้น เสมือนเป็นการแหย่เสือ โดยการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม และร่างพ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร เข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร
มีสาระสำคัญคือ ฝ่ายการเมืองมีอำนาจหยุดยั้งการทำรัฐประหารโดยการยึดอำนาจ และให้อำนาจนายกฯ สั่งพักราชการทหารที่ใช้กำลัง ยึดหรือควบคุมอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินจากรัฐบาลได้ รวมถึงกำหนดเงื่อนไขการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล
ตนยอมรับว่าได้เสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าที่ประชุมสภาฯจริง แต่ที่สื่อบางสำนักไปลงว่าการกระทำดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับผู้นำเหล่าทัพ และเป็นเหตุผลสำคัญทำให้ผู้นำเหล่าทัพหลายคน ไม่เข้าร่วมประชุมสภากลาโหมที่ตนเป็นประธานในครั้งล่าสุด และเป็นสัญญาณบอกเหตุร้ายแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากฝ่ายการเมืองเดินหน้าเรื่องนี้ต่อไปนั้น ไม่เป็นความจริง
นายสุทิน ย้ำว่า ความจริงแล้วการประชุมสภากลาโหมเมื่อช่วงสายวันที่ 16 ส.ค.นั้น ผู้นำเหล่าทัพเข้าร่วมประชุมเกือบครบ ยกเว้นผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผบ.ทบ. ที่ติดภารกิจในต่างประเทศ และทำหนังสือขอลาประชุมอย่างเป็นทางการมาแล้ว พร้อมจัดส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุมตามปกติ ไม่ได้มีปัญหาว่าผู้นำเหล่าทัพรู้สึกไม่พอใจ กระทั่งไม่เข้าร่วมประชุมสภากลาโหม
“ผมได้ฟังข่าวก็ไม่สบายใจ เพราะสื่อสมัยนี้มันลงข่าวได้ง่ายและลงได้ถี่ การเน้นย้ำข่าวบ่อยๆ ทำให้สังคมไทยเกิดความเข้าใจผิด ยิ่งผู้คนในสมัยนี้มีสมาธิสั้น อ่านข่าวแค่พาดหัวหรืออย่างมากก็แค่อ่านโปรยข่าว โดยไม่ลงรายละเอียดของข่าว ก็เชื่อในข่าวนั้นๆ แล้ว ที่ผ่านมามีนักการเมืองหลายคนได้รับความเสียหายจากข่าวทำนองนี้ เนื่องจากคนทั่วไปไม่อ่านข่าวเยอะ อ่านแค่พาดหัวข่าว” นายสุทิน ระบุ
รมว.กลาโหม กล่าวว่า มีผู้ใหญ่และคนในพรรคเพื่อไทยหลายคนโทรศัพท์มาสอบถามข้อเท็จจริง ขณะที่บางคนถึงกับบอกว่า หากไปต่อไม่ได้ก็อย่าไปฝืน
อย่างไรก็ตาม ตนโชคดีที่มีเพื่อนสื่อดีๆ หลายสื่อ หนึ่งในนั้นก็มีสื่อในสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคฯ ที่ช่วยนำเสนอข่าวตามข้อเท็จจริง ช่วยให้สังคมไทยโดยเฉพาะคนในส่วนภูมิภาคและชนบท ได้รู้และเข้าใจข้อมูลและข่าวสารอย่างถูกต้อง และมีส่วนสำคัญอย่างมากในการต่อสู้กับข่าวปลอม หรือเฟกนิวส์ ช่วยให้คนในส่วนภูมิภาคและชนบทได้รู้และเข้าใจ เป็นผู้ที่ทันกาล ทันเกม ทันโลก และทันคน ไม่ตกเป็นเหยื่อของผู้ที่ต้องการจะปล่อยข่าวปลอมได้