ถกงบ 68 วันที่สอง สส.ประชาชน อัดงบดูงานสร้างเขื่อนต่างประเทศ กระทรวงเกษตรฯ สะท้อนหวังสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ ‘แก่งเสือเต้น’ เชื่อไม่ใช่ทางออกแก้น้ำท่วม-น้ำแล้ง

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 4 ก.ย.2567 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 วาระที่ 2 เป็นวันที่ 2 มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 2 เป็นประธานในที่ประชุม ซึ่งการพิจารณาเข้าสู่มาตรา 14 งบประมาณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) วงเงิน 56,297,406,700 บาท

นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายการจัดสรรงบประมาณเดินทางศึกษาดูงานต่างประเทศ 7.6 ล้านบาท เพื่อเรียนรู้ดูงานการสร้างเขื่อน การพัฒนาคุณภาพน้ำและตะกอน แม้จะเป็นงบที่ไม่มาก แต่มีนัยสำคัญต่อทิศทางของรัฐบาลที่ยังต้องการสร้างเขื่อน

ไม่กี่วันที่ผ่านมา ผู้นำรัฐบาลพูดถึงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นเขื่อน แม้จะมีประโยชน์ แต่เป็นการบริหารจัดการที่ถูกต้องแล้วหรือไม่ แก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งได้จริงหรือไม่ งบศึกษาดูงานต่างประเทศจึงเป็นเหมือนสารตั้งต้น ในการพยายามหาทางสร้างเขื่อนหรือไม่

แม้การบริหารจัดการน้ำจะมีความจำเป็น แต่การสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ไม่ใช่ทางออก ประเทศที่พัฒนาแล้วเลิกสร้างเขื่อนมานานแล้ว เขื่อนที่มีอยู่ก็ทยอยทุบทำลายเพื่อให้น้ำไหลอย่างอิสระ ตนจึงเสนอให้ตัดงบส่วนนี้ออก

น.ส.ศนิวาร บัวบาน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายตัดลดงบกรมการข้าว 4,000 ล้านบาท ซึ่งครึ่งหนึ่งของงบลงไปที่โครงการผลิตและกระจายเมล็ดภัณฑ์ข้าว ส่วนใหญ่เป็นการจัดซื้อครุภัณฑ์ ทุกวันนี้ปริมาณการบริโภคข้าวในตลาดโลกลดลง ส่วนแบ่งทางการตลาดของไทยก็ลดลง และหน่วยงานรัฐตั้งเป้าผลิตเมล็ดภัณฑ์ข้าวลดลงจากปี 67 อีกด้วย

ดังนั้น หากตั้งใจจะลดการผลิตลง หน่วยงานจะตั้งงบประมาณจัดซื้อเครื่องจักรเพื่ออะไร ที่สำคัญโครงการผลิตและกระจายเมล็ดภัณฑ์ข้าวที่มีมาตั้งแต่ปี 61 ใช้งบไปแล้วเกือบ 2,000 ล้านบาท ไม่มีความคุ้มค่า เพราะอัตราการเติบโตการผลิตข้าวของไทยยังคงต่ำอยู่แทบจะน้อยที่สุดในทวีปเอเชีย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน