สว. หวั่น “ดิจิทัลวอลเล็ต” ส่อทุจริต ฟุ้งคนละครึ่ง กระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่า 2 เท่า ลั่นล้วง ลับ ดัด ดึง เอามาใช้ทั้งงบกลาง งบจากโครงการอื่น

เมื่อเวลา 11.25 น. วันที่ 9 ก.ย. 2567 นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) อภิปรายว่า ตนคิดว่างบปี 68 เป็นการใช้งบฯ ที่ไม่คุ้มค่าและไม่โปร่งใส เพราะเป็นโครงการประชานิยม ซึ่งเข้าใจได้ว่าการแจกเป็นโครงการเรือธงของรัฐบาล แต่การแจกเงินเพื่อกระตุ้นการอุปโภค บริโภค ที่มีลักษณะเฉพาะกิจ เป็นการกระตุ้นฝั่งดีมานด์ ต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมาก

นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า ทำไมรัฐบาลไม่มีนโยบายหรือความคิดใดๆ ที่ให้ใช้เม็ดเงินน้อยลงเพื่อไปกระตุ้นฝั่งซัพพลายบ้าง คือกระตุ้นภาคการลงทุนและภาคการผลิต ซึ่งจะใช้เม็ดเงินที่น้อยกว่า ตนชื่นชมในรัฐบาลชุดที่แล้ว เขาใช้เงินจำนวนเดียวกัน แต่เขาสามารถกระตุ้นยอดเศรษฐกิจได้ถึง 2 เท่า คือโครงการคนละครึ่ง

นายพิสิษฐ์ กล่าวอีกว่า โครงการแจกเงินนี้ไม่โปร่งใส ตรวจสอบยาก เพราะเอาโครงการนี้ไปใส่ไว้ในงบกลาง คือใช้กลยุทธ์แบบแอบๆ ซ่อนๆ ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลมีเจตนาทุจริตหรือไม่ หรือไม่ต้องการให้สมาชิกวุฒิสภาที่ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติตรวจสอบได้ ตนอยากให้รัฐบาลแยกงบก้อนนี้ออกไป เหมือนกับเป็นงบเพิ่มเติมปี 67 จะดีกว่า

นายพิสิษฐ์ ​กล่าวต่อว่า กลยุทธ์ของรัฐบาลคือการไปล้วง ลับ ดัด ดึง คือไปเอางบฯ จากส่วนต่างๆ ตัดโน่นตัดนี่มา เพื่อมาใช้โครงการนี้ เพราะอยากจะได้เม็ดเงินมาก เนื่องจากผู้ลงทะเบียนกับเงินดิจิทัลวอลเล็ตจำนวนมาก ซึ่งรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน แถลงนโยบายขอไปเป็นงบเพิ่มเติมปี 67 จำนวน 1.65 หมื่นล้านบาท เพื่อมาทำดิจิทัลวอลเล็ต

“สุดท้ายวันนี้ได้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกฯ คนใหม่ เห็นบอกว่า ไม่เอาแล้ว ไม่มีดิจิทัลวอลเล็ต จะแจกเป็นเงินสดแทน แบบนี้คืออะไร ขอมาอย่าง ไปทำอีกอย่าง อย่างนี้ถูกต้องหรือไม่ หรือมองว่าวุฒิสภาเป็นแค่ตราประทับหรือไม่ ประทับเสร็จแล้วจะเอาไปทำอะไรก็ได้ใช้หรือไม่” นายพิสิษฐ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน