สส.พรรคประชาชน ตั้ง 9 ข้อสังเกต ร่างผังเมืองรวมกทม. ข้องใจเอื้อประโยชน์คนบางกลุ่มหรือไม่ จี้ กทม.แจงให้ชัด แนะ เปิดฟังความเห็นประชาชน อย่าด่วนส่ง มท.
วันที่ 9 ก.ย. 2567 ที่อาคารอนาคตใหม่ สส.กทม. พรรคประชาชน นำโดย นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ และนายธีรัจชัย พันธุมาศ ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าการจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ตามพ.ร.บ.ผังเมือง 2562 ภายหลังเสร็จขั้นตอนรับฟังความเห็นของประชาชน เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา
นายณัฐพงศ์ กล่าวว่า จากการเข้าร่วมสังเกตการณ์เวทีรับฟังความคิดเห็นในเขตต่างๆ พบว่ามีทั้งสิ่งที่ดีขึ้นและสิ่งที่ควรปรับปรุง ทั้งนี้ยังมีหลายประเด็นในเชิงเนื้อหาที่ประชาชนเรียกร้องจนน่าจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ เช่น กรณีการขยายถนนสาย ก. (ขนาดเขตทาง 12 เมตร) และสาย ข. (ขนาดเขตทาง 16 เมตร) ที่ปรากฏตามร่างผังโครงการคมนาคมขนส่งมานานหลายปี แต่ยังไม่มีความคืบหน้า และมีแนวโน้มว่าไม่สามารถดำเนินการได้ แต่ยังคงปรากฏในผัง
ทำให้พี่น้องประชาชนกังวลใจว่าคนที่มีกรรมสิทธิ์ที่ดินหรือมีที่พักอาศัยในบริเวณที่เป็นถนนจะถูกรอนสิทธิ์หรือเวนคืนหรือไม่ ทั้งนี้ ผู้แทนจากสำนักการวางผังและพัฒนาเมืองกทม.ได้ยืนยันว่า จะมีการยกเลิกการขยายถนนสาย ก. และสาย ข. ที่ประชาชนไม่เห็นด้วย และจะไปปรับปรุงโครงข่ายในบริเวณที่สามารถพัฒนาได้จริงแทน
อีกกรณีคือแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน คือ พื้นที่สีขาวและมีกรอบกับเส้นทแยงสีเขียว หรือเรียกว่า “พื้นที่เขียวลาย” เป็นพื้นที่อนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรมในฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก เช่น เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง ที่เดิมถูกออกแบบไว้เป็นพื้นที่รับน้ำ
ทราบว่า กทม.กำลังพิจารณาลดขนาดความกว้างของพื้นที่เขียวลาย จากเดิม 5 กิโลเมตร เหลือ 1 กิโลเมตร และเปลี่ยนไปใช้คลองและท่อในการระบายน้ำมากขึ้น เนื่องจากผู้แทนของกทม.เคยให้ข้อมูลว่าพื้นที่บริเวณนั้นไม่ได้ใช้ในการรับน้ำอย่างเต็มที่อยู่แล้ว

นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน
ด้านนายศุภณัฐ กล่าวว่า ในขั้นตอนรับฟังความคิดเห็น มีประชาชนเข้าไปแสดงความเห็นอย่างล้นหลามประมาณหมื่นความเห็น ถือเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ต่อการจัดทำผังเมืองในอนาคต อย่างไรก็ดี สิ่งที่พรรคประชาชนขอเรียกร้องไปยังกทม.ต่อจากนี้ คือ เรื่องการเปิดเผยความเห็นทั้งหมดของประชาชน พร้อมทั้งการให้เหตุผลว่าความเห็นที่มีการนำเสนอนั้น เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย และได้นำไปปฏิบัติตามหรือไม่อย่างไร
“ที่สำคัญกรุงเทพมหานครต้องนำร่างฯ ใหม่มาให้ประชาชนพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ก่อนส่งร่างฯ ไปยังขั้นต่อไป เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพรวมว่า ผังเมืองที่มีการปรับแก้ไขนั้นสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับที่ประชาชนแสดงความเห็นไว้หรือไม่ ขอให้กทม.อย่าเพิ่งรีบส่งร่างให้มหาดไทย ขอให้เปิดโอกาสให้ประชาชนได้พิจารณาและแสดงความเห็นอย่างถี่ถ้วนก่อน เพราะเมื่อส่งร่างผังเมืองให้มหาดไทยแล้ว โอกาสในการแก้แทบเป็นไปไม่ได้” นายศุภณัฐ กล่าว
นายศุภณัฐ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายเรื่องในแง่หลักการการทำผังเมืองรวมที่อยากเชิญชวนประชาชนร่วมกับจับตา และพรรคประชาชนขอเรียกร้องความชัดเจนจากกทม. ไม่ว่าจะเป็น 1.ผังสีขาว ซึ่งเป็นที่ดินทหาร ที่ไม่มีกฎหมายผังเมืองไปกำกับ เสมือนว่าเป็นรัฐอิสระ จะทำอะไรก็ได้ อยู่เหนือกฎหมายผังเมือง
ต่างจากที่ดินของพี่น้องประชาชนที่กำหนดชัดเจนว่า ให้ทำอะไรได้หรือไม่ได้ เราทราบมาว่าทหารไม่ได้ติดขัดถ้าจะมีกฎหมายไปกำกับ จึงขอทราบความชัดเจนจากกทม.ว่า ที่ดินผังสีขาวของทหารจะต้องให้อยู่ใต้ผังเมืองได้หรือยัง
2.ผังที่โล่ง ซึ่งกำหนดให้เป็นสถานที่สาธารณะประโยชน์เพื่อการนันทนาการและการรักษาสิ่งแวดล้อม แต่พบว่ามีการนำสนามกอล์ฟของเอกชนที่มีการเก็บค่าบริการมาใส่ในผังที่โล่งด้วย ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์การทำผังเมือง ทางกทม.จะปรับแก้หรือไม่
3.ผังสีเขียวลาย แม้มีแนวโน้มที่ชัดเจนว่า กทม.จะลดพื้นที่ทางน้ำไหลผ่าน (floodway) แต่ก็ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่เหลืออยู่ ต้องการความชัดเจนว่า กทม.จะมีกลไกอย่างไรในการดูแลประชาชนที่ถูกรอนสิทธิอยู่ในพื้นที่
4.ตรรกะในการปรับผังสีแดงที่ให้มี FAR (Floor to Area Ratio) หรืออัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินสูงขึ้น ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนในหลักการ บางแปลงมีการปรับอย่างเฉพาะเจาะจง และกทม.ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมเลือกปรับแปลงนี้
ในขณะที่แปลงติดกันหรือแปลงที่มีคุณสมบัติเหมือนกันในทำเลเดียวกัน กลับปรับให้ไม่เท่ากันหรือไม่ได้รับการปรับ นอกจากนั้นที่ดินบางแปลงยังบังเอิญไปตรงกับที่ดินของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ จึงอดคิดไม่ได้ว่าอาจมีรายการ “คุณขอมา” หรือไม่

นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน
5.ผังสีน้ำเงิน ซึ่งสงวนไว้ทำสถานที่ราชการ แต่กลับปรับผังสีน้ำเงินเปลี่ยนเป็นสีแดง เพื่อเตรียมนำที่ดินของรัฐเหล่านั้นไปให้ใครบางคนมาทำกิจการบางอย่างหรือไม่อย่างไร อยากให้กทม.ชี้แจงเหตุผลในการปรับ และควรแจ้งประชาชนให้ทราบอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ พรรคประชาชนไม่ได้คัดค้านการนำที่ดินของภาครัฐบางแห่งมาทำกิจการเชิงพาณิชย์เพื่อสร้างรายได้ แต่สิ่งที่เราสงสัยคือประชาชนรับทราบการกระทำเหล่านี้มาก่อนหรือไม่ ได้มีการแจ้งประชาชนหรือไม่ และการปรับตรงนี้จะปรับเพื่อเปิดกว้างให้ทุกกลุ่มเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมหรือไม่
“ทำไมกลุ่มทุนบางกลุ่มมีการขยับตัวต่อบางพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ทำไมพวกเขาถึงรู้ล่วงหน้าหรือมั่นใจว่าจะมีการปรับผังในลักษณะนี้ มีการคุยกันหลังบ้านมาก่อนหรือไม่ หรือมีประชาชนคนไหนเรียกร้องหรือว่าอยากให้ที่ดินของราชการตรงนี้ลดน้อยลงแล้วเปลี่ยนเป็นที่ดินเชิงพาณิชย์มากขึ้น หรือส่วนใหญ่เป็นการเรียกร้องของกลุ่มทุนเป็นหลัก” นายศุภณัฐ กล่าว
นายศุภณัฐ กล่าวต่อว่า 6.มีที่ดินหลายแปลงอยู่ในแนวที่จะถูกเวนคืนทำถนนและสะพาน แต่แนวนี้มีมานานแล้ว ไม่มีการทำเสียที อาจติดปัญหาเรื่องงบประมาณหรือการจัดลำดับความสำคัญ ทำให้ประชาชนเจ้าของที่ดินไม่สามารถทำอะไรกับที่ดินได้ เพราะเกรงว่าจะมีการเวนคืน ในขณะที่คนจะซื้อก็ไม่กล้าซื้อเพราะกลัวซื้อแล้วจะถูกเวนคืน
7.เรื่องการปรับ FAR Bonus มาตรการส่งเสริมการพัฒนาด้วยการเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน ให้เจาะจงในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ตอบสนองต่อปัญหาในแต่ละพื้นที่ และตรงกับความต้องการของประชาชน ซึ่งกทม.ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะปรับอย่างไร

นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน
8.ข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินแต่ละประเภท มีความผิดปกติหรือไม่สมเหตุสมผล เช่น การอนุญาตสร้างโรงแรมหรือสร้างสำนักงานในผังสีน้ำตาล ซึ่งหลายผังสามารถสร้างได้มากกว่าผังสีแดงบางผังด้วยซ้ำ หรือการกำหนดให้สร้างโรงงานขยะในผังสีเหลือง หรือการให้สร้างแพลนปูนในกรุงเทพฯ
9.การกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินของกิจการหรืออาคารบางประเภทให้มีความชัดเจน ไม่เช่นนั้นจะเป็นการตีขลุม เนื่องจากมีหลายกิจการที่ถูกจัดอยู่ในประเภทพาณิชย์ แต่ประชาชนไม่สามารถรู้ได้ว่าจริงๆ แล้วเป็นพาณิชย์อะไร เช่น สถานบริการ หรือบางกิจการที่อาจสร้างข้อถกเถียงในสังคมในอนาคตขึ้นได้ถ้ามีการออกใบอนุญาต
จึงขอให้กทม.ประสานกับหน่วยงานราชการต่างๆ เพื่อทราบว่าจะมีการอนุญาตกิจการเหล่านี้หรือไม่ หากมี ขอให้จัดประเภทใหม่และใส่ในร่างผังเมืองให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันความขัดแย้งและสร้างความชัดเจนให้ประชาชนในพื้นที่

นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. พรรคประชาชน
ขณะที่ นายธีรัจชัย กล่าวว่า การจัดทำผังเมืองรวมกทม.ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการเริ่มทำผังเมืองใหม่ตาม พ.ร.บ.ผังเมือง 2562 แต่เป็นการนำร่างผังเมืองที่จัดทำตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งยังมีองค์ประกอบไม่ครบ นำเอามา “ล้างน้ำ” และรับฟังความคิดเห็นใหม่
ซึ่งการทำเช่นนี้อาจคลาดเคลื่อนต่อหลักการของ พ.ร.บ.ผังเมือง 2562 โดยเฉพาะมาตรา 9 ที่ระบุว่าก่อนการจัดทำผังเมือง ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบด้วยวิธีการที่หลากหลายและทั่วถึง เพียงพอต่อการที่ประชาชนจะเข้าใจถึงผลกระทบ และแนวทางการเยียวยาความเดือดร้อนหรือความเสียหายแก่ประชาชนหรือชุมชน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้เป็นการนำร่างผังเมืองเก่ามารับฟังความเห็นทันที นี่คือข้อผิดปกติ
ในการรับฟังความคิดเห็นที่ได้ไปสังเกตการณ์ มักจะเอาข้อดีของผังเมืองที่ทำสำเร็จรูปมาแล้วให้ประชาชนฟัง และให้รายละเอียดที่เป็นเทคนิคซับซ้อน กลายเป็นพิธีการการรับฟัง โดยไม่มีการพูดถึงผังเมืองที่ดีว่าควรเป็นอย่างไร ไม่มีกรอบแนวความคิดเรื่องการสร้างเมืองระยะยาวที่น่าอยู่สำหรับคนทุกคน ทำให้เป็นที่สงสัยว่าร่างผังเมืองนี้เอื้อประโยชน์คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่เมืองเพื่อคนทุกกลุ่มหรือไม่
“ขณะนี้พรรคประชาชนโดยทีมผังเมืองกำลังร่างกฎหมายผังเมือง โดยจะเริ่มจากการวางแนวคิดการทำผังเมืองที่ดีก่อน ซึ่งเราสามารถเรียนรู้ได้จากหลายเมืองทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการวางระบบสาธารณูปโภคที่มีความเป็นธรรม รักษาสมดุลกับสิ่งแวดล้อม จากนั้นค่อยลงรายละเอียดให้ประชาชนแสดงความเห็น พร้อมกันนี้พรรคประชาชนจะติดตามตรวจสอบการจัดทำร่างผังเมืองรวมของกทม.ต่อไป เพื่อสร้างกรุงเทพฯ ที่เป็นเมืองของทุกคน” นายธีรัจชัย กล่าว