“ภูมิธรรม” แบ่งรับแบ่งสู้ ปมคลิปเสียงว่อน ฝ่ายการเมืองล้วงลูก แต่งตั้งข้าราชการประจำ ยัน ไม่แทรกแซง กลาโหม อยากเห็นช่วยส่งเสริมประชาธิปไตยฯ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 11 ก.ย. 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีเตรียมเข้าปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวงกลาโหมวันที่ 16 ก.ย.นี้ และจะมีหารือร่วมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยเตรียมหยิบยกเรื่องใดไปหารือหรือไม่ว่า ตนจะไปรับฟังก่อน และเข้าใจว่าวันแรกจะมีการสรุปรายละเอียดให้ตนทราบ
ซึ่งหลังจากรับฟังแล้วตนจะมอบนโยบาย เพราะเรื่องนี้ตนให้ความสำคัญที่จะให้กระทรวงกลาโหมขับเคลื่อนโดยเหล่าทัพต่างๆ แต่ส่วนใหญ่อยากไปรับฟังเหล่าทัพ เพราะการที่ตนเข้าไปไม่ได้ต้องการเข้าไปขยายอำนาจอะไร แต่เป็นการเข้าไปร่วมมือกับเหล่าทัพที่มีอำนาจบริหารจัดการอยู่แล้ว เป็นการช่วยกันทำงานให้กระทรวงกลาโหม และหน่วยทหารทุกหน่วยทำงานสนับสนุนประชาชนให้มากยิ่งขึ้น
เมื่อถามว่ายุคของนายภูมิธรรมอยากเห็นกระทรวงกลาโหมเป็นอย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า เป็นหน่วยทหารทำตามบทบาทหน้าที่ของตนเองอย่างเข้มแข็ง และเข้าไปแก้ไขบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ และให้มีบทบาทในการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยซึ่งมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำให้ได้อย่างเต็มที่ทุกส่วน อยากขจัดข้อจำกัดข้อที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกระทรวงกลาโหม เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ เกิดความสามัคคี มีความเป็นประชาธิปไตย และแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจให้พี่น้องประชาชน
เมื่อถามว่าคิดว่ามีปัญหาอะไรภายในกองทัพที่ต้องเข้าไปแก้ไข นายภูมิธรรม กล่าวว่า เดี๋ยวขอไปเจอก่อน
เมื่อถามกรณีมีคลิปเสียงหลุดการแต่งตั้งข้าราชการประจำ โดยมีข้าราชการการเมืองเข้าไปแทรกแซง ซึ่งคลิปเสียงดังกล่าวเกิดขึ้นในยุครัฐบาลที่ผ่านมา และช่วงนี้ใกล้ฤดูกาลแต่งตั้งโยกย้าย ในส่วนของรัฐบาลนี้จะมีการป้องกันอย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนไม่ทราบ คลิปเสียงเป็นเรื่องที่เราฟังแล้วควรเอามาพิจารณาไตร่ตรอง ซึ่งเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีเจริญก็ทำได้หลายอย่าง แต่เพื่อให้เกิดความมั่นใจก็ควรฟังแล้วไปตรวจสอบ แต่ก็ต้องดูว่าเกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของเราหรือไม่
ตนเริ่มต้นจากความเป็นจริงในวันนี้ และตนเชื่อว่าเหล่าทัพจะเข้าใจตน สำหรับกระทรวงกลาโหมเราไม่ได้แทรกแซง ตนตั้งใจไว้แล้วว่าจะทำทุกอย่างตามกระบวนการ ปรึกษาหารือตามขอบเขตของกฎหมาย และจะแก้ปัญหาให้ดีที่สุด
“ช่วงการแต่งตั้งโยกย้ายไม่ว่าหน่วยงานไหนหรือกระทรวงใด ท่านก็จะทราบว่ามันก็จะเป็นเช่นนั้น มีทั้งเรื่องจริงบ้างไม่จริงบ้าง หรือจริงครึ่งเดียวบ้าง และเป็นการใส่ร้ายป้ายสี ซึ่งก็มีบัตรสนเท่ห์ หน้าที่ของผู้มีอำนาจคือรับฟังทุกส่วนนำมากลั่นกรองให้ได้ประเด็นแก่นแท้ของปัญหาที่เกิดขึ้นจริง และแก้ไขปัญหาให้ได้” นายภูมิธรรม กล่าว